ประมูล 3G ล่ม-กทช.เกียร์ว่าง ผวาละเมิดคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

Home / Mobile & Tablet / ประมูล 3G ล่ม-กทช.เกียร์ว่าง ผวาละเมิดคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
เกือบ 2 สัปดาห์แล้วที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทั้ง 7 คน ไม่ได้มีการประชุมบอร์ด ทั้ง ๆ ที่ตามปกติจะมีการประชุมสัปดาห์ละครั้ง (ในช่วงจัดประมูล 3G ฟิตหนักถึงขั้นประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง) จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์ว่า ผลจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ให้ กทช.ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz เมื่อ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้การประมูลให้ใบอนุญาต 3G ต้องเป็นหมันแล้ว ยังทำให้บรรดา กทช.เกิดความไม่มั่นใจในอำนาจของตัวเอง
จนที่ประชุม กทช.มีมติให้ทำหนังสือถึงประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อหารือแนว ทางปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีความคาบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหลายประเด็นส่งผล ณ เวลานี้ดูเหมือน กทช.จะใส่เกียร์ว่าง
“พ.อ.นที ศุกลรัตน์” 1 ในคณะกรรมการ กทช.ชี้แจงว่า เหตุเป็นเพราะมี กทช.หลายท่านมีภารกิจไปประชุมที่ต่างประเทศ ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ จึงได้เลื่อนการประชุมออกไป แต่ยอมรับว่าการทำงานของ กทช.หลังจากนี้จะต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ละเมิดคำสั่งศาล เนื่องจาก ณ เวลานี้ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับข้อหารือจากทางศาล การตีความกฎหมายถึงเรื่องอำนาจของ กทช. จึงต้องใช้ความรอบคอบอย่างสูง
“พนา ทองมีอาคม” 1 ในคณะกรรมการ กทช. อธิบายเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตอนนี้คงต้องรอว่าทางศาลจะชี้แนะมาอย่างไร เพราะจากคำสั่งศาลทำให้เกิดหลายประเด็นที่ทำให้ไม่แน่ใจในขอบอำนาจของตัวเองว่า ตรงไหนทำได้โดยไม่ละเมิดคำสั่งศาล ทำให้ตอนนี้ กทช.ไม่กล้าที่จะออกใบอนุญาต
“ต้องเข้าใจก่อนว่า ณ เวลานี้ศาลยัง ไม่ได้พิพากษาว่า กทช.ทำผิด หรือทำอะไรที่ไม่ชอบ บรรดาเหตุผลต่าง ๆ ที่อ้างถึงในคำสั่งศาลเป็นความเห็นเพื่อการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งในประเด็นที่พิพาทกันก็เป็นประเด็นที่มีความเห็นทางกฎหมายแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่นักกฎหมายหลายฝ่ายมองต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลในการมีศาลเพื่อให้เป็นผู้ชี้ขาด”
ขณะที่ พ.อ.นทีกล่าวเสริมว่า กทช.เป็นผู้ใช้อำนาจรัฐจึงต้องพร้อมให้ตรวจสอบได้ แม้จะมั่นใจว่ากระบวนการต่าง ๆ ได้ทำอย่างถูกต้องตามขั้นตอนแล้วก็ตาม
“เรามั่นใจในสิ่งที่ทำ แม้เมื่อมีคำสั่งศาลมาก็พร้อมน้อมรับ แต่ไม่ได้ทำให้เราสั่นคลอน เพราะที่ผ่านมายังไม่เห็นว่าไม่รอบคอบตรงไหน”
ด้าน “พนา” กล่าวอีกว่า แม้เวลานี้ อาจจะมีบางหน้าที่ของ กทช.ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำได้หรือไม่ แต่คงไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ ไม่เช่นนั้นก็เปลืองเงินหลวง ไปเปล่า ๆ ข้าราชการที่ดีก็ควรจะกล้า หากเห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์ แต่ก็ต้องสามารถตรวจสอบได้
“เวลานี้ กทช.อาจจะไม่ออกใบอนุญาตคลื่นความถี่อื่น ๆ แต่ถ้าการท่าอากาศยานมาขอใบอนุญาตสำหรับวิทยุการบิน ซึ่งมีความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ กทช.ก็ต้องออกให้ ตอนนี้จึงเป็นการพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก เพราะบรรดารถไฟ รถไฟฟ้าก็ล้วนแต่ต้องใช้คลื่นความถี่เพื่อดำเนินกิจการทั้งนั้น”
พ.อ.นทีกล่าวเสริมอีกว่า การออกใบอนุญาตให้บริการ WiMax คงต้องหยุดไว้ก่อน เพราะเหตุผลที่ถูกอ้างขึ้นมาต่อศาล เมื่อหยุดการประมูล 3G ได้ก็หยุด WiMax ได้เหมือนกัน ซึ่งอาจจะกระทบกับคลื่น WiMax ที่อยู่ในมือของ บมจ.ทีโอที เพราะแม้จะถูกดึงคลื่นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์คืนเพื่อมาจัดสรรให้กับผู้ให้บริการรายอื่น แต่ใบอนุญาตใช้คลื่นของทีโอทีก็จะหมดอายุใน ม.ค.ที่จะถึงนี้
แม้จะยังไม่แน่ใจว่าออกใบอนุญาตได้หรือไม่ แต่ “พนา” กล่าวว่า งานที่ กทช. จะต้องทำตามหน้าที่ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งที่ผ่านมามีประกาศที่เกี่ยวข้องออกมาแล้วแต่ยังไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจัง
“ความเป็นธรรมในการแข่งขันของ กทช. อาจมีความหมายไม่เหมือนคนอื่น เพราะมองว่าโอเปอเรเตอร์รายเล็กกับราย ใหญ่ มีศักยภาพที่แตกต่างกัน จึงพยายามจะสร้างกฎกติกาในแง่ที่เป็นธรรมแต่อาจไม่เท่าเทียม คือ กทช. จะไม่ปล่อยให้เด็กต้องมาแข่งชักเย่อกับผู้ใหญ่ เพื่อต้องการให้ประชาชนมีทางเลือกที่หลากหลาย”
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกำหนดสัญญามาตรฐานต่าง ๆ อาทิ สัญญาสำหรับผู้ให้บริการประเภทเช่าใช้โครงข่าย (MVNO) การออกประกาศเกี่ยวข้องกับ MVNO ให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่กำหนด เป็นแค่การขายส่งขายปลีก แต่ต่อไปจะเริ่มมี MVNO หลาย ๆ แบบเพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนโครงข่าย 3G ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งหมดแค่เพียงบางส่วนที่ กทช.ยังมีอำนาจดำเนินการได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวลว่าจะละเมิดคำสั่งศาล
กทช.นทียืนยันว่า คณะกรรมการ กทช.มีความเห็นตรงกันว่างานที่ไม่เกี่ยวกับคลื่นความถี่ยังสามารถทำหน้าที่ได้ อาทิ การกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่งานที่เคยมอบอำนาจให้สำนักงาน กทช.อนุมัติได้โดยอัตโนมัติ อาทิ การนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม หรือการอนุมัติให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นใช้คลื่นความถี่ ซึ่งเดิมมีเรื่องยื่นเข้ามากว่า 100 เรื่องต่อวัน คงจะต้องมีการทบทวนและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการอนุมัติ โดยพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป

เกือบ 2 สัปดาห์แล้วที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทั้ง 7 คน ไม่ได้มีการประชุมบอร์ด ทั้ง ๆ ที่ตามปกติจะมีการประชุมสัปดาห์ละครั้ง (ในช่วงจัดประมูล 3G ฟิตหนักถึงขั้นประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง) จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์ว่า ผลจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ให้ กทช.ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz เมื่อ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้การประมูลให้ใบอนุญาต 3G ต้องเป็นหมันแล้ว ยังทำให้บรรดา กทช.เกิดความไม่มั่นใจในอำนาจของตัวเอง

จนที่ประชุม กทช.มีมติให้ทำหนังสือถึงประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อหารือแนว ทางปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีความคาบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหลายประเด็นส่งผล ณ เวลานี้ดูเหมือน กทช.จะใส่เกียร์ว่าง

“พ.อ.นที ศุกลรัตน์” 1 ในคณะกรรมการ กทช.ชี้แจงว่า เหตุเป็นเพราะมี กทช.หลายท่านมีภารกิจไปประชุมที่ต่างประเทศ ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ จึงได้เลื่อนการประชุมออกไป แต่ยอมรับว่าการทำงานของ กทช.หลังจากนี้จะต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ละเมิดคำสั่งศาล เนื่องจาก ณ เวลานี้ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับข้อหารือจากทางศาล การตีความกฎหมายถึงเรื่องอำนาจของ กทช. จึงต้องใช้ความรอบคอบอย่างสูง

“พนา ทองมีอาคม” 1 ในคณะกรรมการ กทช. อธิบายเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตอนนี้คงต้องรอว่าทางศาลจะชี้แนะมาอย่างไร เพราะจากคำสั่งศาลทำให้เกิดหลายประเด็นที่ทำให้ไม่แน่ใจในขอบอำนาจของตัวเองว่า ตรงไหนทำได้โดยไม่ละเมิดคำสั่งศาล ทำให้ตอนนี้ กทช.ไม่กล้าที่จะออกใบอนุญาต

“ต้องเข้าใจก่อนว่า ณ เวลานี้ศาลยัง ไม่ได้พิพากษาว่า กทช.ทำผิด หรือทำอะไรที่ไม่ชอบ บรรดาเหตุผลต่าง ๆ ที่อ้างถึงในคำสั่งศาลเป็นความเห็นเพื่อการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งในประเด็นที่พิพาทกันก็เป็นประเด็นที่มีความเห็นทางกฎหมายแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่นักกฎหมายหลายฝ่ายมองต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลในการมีศาลเพื่อให้เป็นผู้ชี้ขาด”

ขณะที่ พ.อ.นทีกล่าวเสริมว่า กทช.เป็นผู้ใช้อำนาจรัฐจึงต้องพร้อมให้ตรวจสอบได้ แม้จะมั่นใจว่ากระบวนการต่าง ๆ ได้ทำอย่างถูกต้องตามขั้นตอนแล้วก็ตาม

“เรามั่นใจในสิ่งที่ทำ แม้เมื่อมีคำสั่งศาลมาก็พร้อมน้อมรับ แต่ไม่ได้ทำให้เราสั่นคลอน เพราะที่ผ่านมายังไม่เห็นว่าไม่รอบคอบตรงไหน”

ด้าน “พนา” กล่าวอีกว่า แม้เวลานี้ อาจจะมีบางหน้าที่ของ กทช.ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำได้หรือไม่ แต่คงไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ ไม่เช่นนั้นก็เปลืองเงินหลวง ไปเปล่า ๆ ข้าราชการที่ดีก็ควรจะกล้า หากเห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์ แต่ก็ต้องสามารถตรวจสอบได้

“เวลานี้ กทช.อาจจะไม่ออกใบอนุญาตคลื่นความถี่อื่น ๆ แต่ถ้าการท่าอากาศยานมาขอใบอนุญาตสำหรับวิทยุการบิน ซึ่งมีความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ กทช.ก็ต้องออกให้ ตอนนี้จึงเป็นการพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก เพราะบรรดารถไฟ รถไฟฟ้าก็ล้วนแต่ต้องใช้คลื่นความถี่เพื่อดำเนินกิจการทั้งนั้น”

พ.อ.นทีกล่าวเสริมอีกว่า การออกใบอนุญาตให้บริการ WiMax คงต้องหยุดไว้ก่อน เพราะเหตุผลที่ถูกอ้างขึ้นมาต่อศาล เมื่อหยุดการประมูล 3G ได้ก็หยุด WiMax ได้เหมือนกัน ซึ่งอาจจะกระทบกับคลื่น WiMax ที่อยู่ในมือของ บมจ.ทีโอที เพราะแม้จะถูกดึงคลื่นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์คืนเพื่อมาจัดสรรให้กับผู้ให้บริการรายอื่น แต่ใบอนุญาตใช้คลื่นของทีโอทีก็จะหมดอายุใน ม.ค.ที่จะถึงนี้

แม้จะยังไม่แน่ใจว่าออกใบอนุญาตได้หรือไม่ แต่ “พนา” กล่าวว่า งานที่ กทช. จะต้องทำตามหน้าที่ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งที่ผ่านมามีประกาศที่เกี่ยวข้องออกมาแล้วแต่ยังไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจัง

“ความเป็นธรรมในการแข่งขันของ กทช. อาจมีความหมายไม่เหมือนคนอื่น เพราะมองว่าโอเปอเรเตอร์รายเล็กกับราย ใหญ่ มีศักยภาพที่แตกต่างกัน จึงพยายามจะสร้างกฎกติกาในแง่ที่เป็นธรรมแต่อาจไม่เท่าเทียม คือ กทช. จะไม่ปล่อยให้เด็กต้องมาแข่งชักเย่อกับผู้ใหญ่ เพื่อต้องการให้ประชาชนมีทางเลือกที่หลากหลาย”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกำหนดสัญญามาตรฐานต่าง ๆ อาทิ สัญญาสำหรับผู้ให้บริการประเภทเช่าใช้โครงข่าย (MVNO) การออกประกาศเกี่ยวข้องกับ MVNO ให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่กำหนด เป็นแค่การขายส่งขายปลีก แต่ต่อไปจะเริ่มมี MVNO หลาย ๆ แบบเพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนโครงข่าย 3G ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งหมดแค่เพียงบางส่วนที่ กทช.ยังมีอำนาจดำเนินการได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวลว่าจะละเมิดคำสั่งศาล

กทช.นทียืนยันว่า คณะกรรมการ กทช.มีความเห็นตรงกันว่างานที่ไม่เกี่ยวกับคลื่นความถี่ยังสามารถทำหน้าที่ได้ อาทิ การกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่งานที่เคยมอบอำนาจให้สำนักงาน กทช.อนุมัติได้โดยอัตโนมัติ อาทิ การนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม หรือการอนุมัติให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นใช้คลื่นความถี่ ซึ่งเดิมมีเรื่องยื่นเข้ามากว่า 100 เรื่องต่อวัน คงจะต้องมีการทบทวนและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการอนุมัติ โดยพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป

ที่มา: www.prachachat.net

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/140490