กสท.เตรียมแผน 2 งัดคลื่น 850MHZ ที่เหลืออัพเกรดขึ้น3G หากแผนซื้อ”ฮัทช์”ล่ม

Home / Mobile & Tablet / กสท.เตรียมแผน 2 งัดคลื่น 850MHZ ที่เหลืออัพเกรดขึ้น3G หากแผนซื้อ”ฮัทช์”ล่ม
“กสท.”เตรียมแผน 2 งัดคลื่น 850 MHZ ที่เหลืออีก 5 MHZ ลงทุนเองอัพเกรดขึ้น 3G บนเทคโนโลยี HSPA ถ้าแผนซื้อ”ฮัทช์”ล่ม เผยรัฐมนตรีไอซีทีให้นโยบายราคาเกิน4พันล้านบาทไม่ให้ซื้อ ทั้งบอร์ดฯอนุมัติจ่ายปันผลครึ่งปีแรกเข้าคลัง 615 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 4,000 ล้านบาท
นายจิรายุทธ  รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมบอร์ดล่าสุด(12 ต.ค.2553) มีมติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีให้กระทรวงการคลัง เป็นเงิน 615 ล้านบาท โดยคำนวนจากกำไรสุทธิ 6 เดือน ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมมี 23,600 ล้านบาท เป็นรายได้จากสัมปทานประมาณ 60%  ส่วนเป้าหมายรายได้รวมถึงสิ้นปีนี้ที่ 50,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8,000 บาท
“ปกติกสท จะปันผล 2 รอบ กลางปีกับปลายปี และมีปันผลพิเศษเพื่อชดเชยภาษีสรรพสามิตอีกไตรมาสละครั้ง  โดยปีที่แล้วจ่ายเงินปันผลทั้งหมด  6,001 ล้านบาท เป็นปันผลปกติ 1,375 ล้านบาท ที่เหลือเป็นปันผลพิเศษ”
สำหรับงบการเงิน 8 เดือนของ กสท สิ้นสุด ณ เดือนส.ค. 2553  มีรายได้รวม 31,657 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,510 ล้านบาท หากไม่รวมส่วนแบ่งรายได้จากสัมปทาน รายได้จะเหลือที่ 11,809 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,687 ล้านบาท  เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีมติเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ได้แก่ การวางระบบไฟฟ้าที่ตึกบางรัก มูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อให้พร้อมรับการขยายตัวของบริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์
ส่วนการอัพเกรด HSPA เพื่อให้บริการ 3G บนคลื่นเดิม นายจิรายุทธกล่าวว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการมาตรา 22 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ชุดใหม่ของบมจ.โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(ดีแทค) แล้ว เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลสัมปทาน โดยนายวิโรจน์  โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ กสท เป็นประธาน ประชุมไป 1 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากต้องให้เวลากรรมการชุดใหม่ศึกษาภาพรวมและปัญหาของสัญญาสัมปทาน
“ประชุมนัดแรกยังคุยกันเรื่องเก่า เรื่องที่มาที่ไปของสัมปทานและการแก้ไขเพื่อให้เข้าใจภาพรวม HSPA จึงยังไม่ได้พิจารณาก็ต้องเห็นใจคณะกรรมการด้วยที่เป็นชุดใหม่ ส่วนคณะกรรมการมาตรา 13 ของทรูมูฟก็เช่นกันต้องพยายามเร่ง ในปีนี้จะทยอยเปิดทดลองให้ครบตามที่เอกชนร้องขอ โดยดีแทคขอไว้ 1,220  แห่ง ทรูมูฟ 656 แห่ง แต่การเปิดเชิงพาณิชย์อาจต้องเคลียร์ประเด็นทางกม. ถ้าต้องเข้ากระบวนการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ คงใช้เวลานานมาก เราจะเร่งเต็มที่ เพราะเปิดเชิงพาณิชย์ได้ก็มีรายได้ตามสัมปทานเพิ่มขึ้น”
นอกจากนี้ ในกรณีทรูมูฟต้องเสนอให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ บอร์ดฯเคยมีมติให้ทรูมูฟยุติการทดลองไปแล้ว แต่กรณีดีแทคสามารถดำเนินการต่อได้ทันที
นายจิรายุทธยังกล่าวถึงกรณีดีแทคและทรูมูฟมีแนวคิดที่จะไปเจรจาเพื่อเป็นผู้เช่าใช้โครงข่าย (MVNO) กับทีโอที 3G ว่าคาดว่าทั้งคู่คงให้บริษัทลูกดำเนินการจึงไม่จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจาก กสท  แต่อาจมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายการทำธุรกิจแข่งขันกับสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับกสท หรือไม่
ขณะที่ความคืบหน้าในการเข้าซื้อกิจการของบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวเลส มัลติมีเดีย จำกัด ตัวแทนทางการตลาดโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอภายใต้แบรนด์”ฮัทช์” บริษัทได้แจ้งไปแล้วว่านโยบายรัฐมนตรีไอซีทีต้องการให้ซื้อฮัทช์ในราคาไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ถ้าเกินกว่านี้ไม่ซื้อจึงอยู่ระหว่างรอให้ฮัทช์แจ้งผลการตัดสินใจก่อนนำเรื่องเข้าบอร์ดและเสนอรัฐมนตรีไอซีทีต่อไป
“อนาคตของCDMA และ HSPA ก่อนไปถึง LTE ที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps มีอายุการใช้งานเหลือเท่ากัน อีก 3–4 ปีข้างหน้าก็ต้องเปลี่ยนเป็น LTE อยู่ดี  ฉะนั้นการลงทุนไม่ว่าเทคโนโลยีใดในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ  ถ้าไม่ซื้อฮัทช์คงยากที่จะทำธุรกิจมือถือ อาจต้องเปลี่ยนวิธีการใช้คลื่น ต้องวิเคราะห์ว่าถ้าไม่ซื้อจะนำคลื่นไปใช้ให้บริการ HSPA แทนดีหรือไม่ เพราะCDMA ต้องใช้เครื่องเฉพาะ  ต่างจาก HSPA ที่มีเครื่องในตลาดแล้ว  ต้องให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้ว่าจะสร้างธุรกิจอย่างไรให้แข็งแรงในช่วงที่ยังไม่มีการประมูล 3G”
นายจิรายุทธกล่าวว่า ทางเลือกของ กสท มี 2 ทางคือ  ซื้อฮัทช์ได้ในราคาที่ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ ซึ่งต้องให้ทางฮัทช์อัพเกรดโครงข่ายเป็น Rev.B  รองรับความเร็ว 9 Mbps ด้วย  ถ้าซื้อไม่ได้ก็ต้องหาทางใช้คลื่นย่าน 850 MHz  จำนวน 5 MHz ที่เหลือ  เพื่อลงทุนเทคโนโลยี HSPA แทน เนื่องจากคลื่นเดิมฮัทช์ยังมีสิทธิใช้คลื่นจนถึงปี 2558
“หรือไม่ก็จะให้ฮัทช์ขยับคลื่นจากเดิมที่ใช้อยู่ 10 MHz เหลือ 5 MHz  เพราะกสท ไม่มีเหตุผลที่จะลงทุนทำธุรกิจทั้ง 2 ตัวควบคู่กัน  ตอนนี้จึงถึงเวลาที่ต้องเลือกว่าจะทำเทคโนโลยีไหน HSPA หรือ CDMA  ถ้าเลือก HSPA ก็จะยุติการลงทุน CDMA  นำเสาสัญญาณทั้งหมดของ CAT CDMA ไปติดตั้งอุปกรณ์ HSPA  โดยคาดว่าจะต้องลงทุนราว 2 ล้านบาทต่อสถานีฐาน รวมทั้งหมด 1,600 แห่ง คงใช้เงินเท่าๆ กับซื้อฮัทช์  และถ้าจะสร้างโครงข่ายใน 25 จังหวัดภาคกลางก็ต้องไปเช่าสถานีฐานของคนอื่น อาจหาโลเกชั่นยาก ซึ่งก็ต้องใช้เงินอีกก้อน  แต่ถ้าซื้อไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องเลือกทางนี้หากต้องการทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อไป”
สำหรับรายได้ที่กสท ได้รับจากฮัทช์ อยู่ที่ราว 800 ล้านบาทต่อปี หรือ 20% จากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายของฮัทช์

“กสท.”เตรียมแผน 2 งัดคลื่น 850 MHZ ที่เหลืออีก 5 MHZ ลงทุนเองอัพเกรดขึ้น 3G บนเทคโนโลยี HSPA ถ้าแผนซื้อ”ฮัทช์”ล่ม เผยรัฐมนตรีไอซีทีให้นโยบายราคาเกิน4พันล้านบาทไม่ให้ซื้อ ทั้งบอร์ดฯอนุมัติจ่ายปันผลครึ่งปีแรกเข้าคลัง 615 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 4,000 ล้านบาท

นายจิรายุทธ  รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมบอร์ดล่าสุด(12 ต.ค.2553) มีมติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีให้กระทรวงการคลัง เป็นเงิน 615 ล้านบาท โดยคำนวนจากกำไรสุทธิ 6 เดือน ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมมี 23,600 ล้านบาท เป็นรายได้จากสัมปทานประมาณ 60%  ส่วนเป้าหมายรายได้รวมถึงสิ้นปีนี้ที่ 50,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8,000 บาท

“ปกติกสท จะปันผล 2 รอบ กลางปีกับปลายปี และมีปันผลพิเศษเพื่อชดเชยภาษีสรรพสามิตอีกไตรมาสละครั้ง  โดยปีที่แล้วจ่ายเงินปันผลทั้งหมด  6,001 ล้านบาท เป็นปันผลปกติ 1,375 ล้านบาท ที่เหลือเป็นปันผลพิเศษ”

สำหรับงบการเงิน 8 เดือนของ กสท สิ้นสุด ณ เดือนส.ค. 2553  มีรายได้รวม 31,657 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,510 ล้านบาท หากไม่รวมส่วนแบ่งรายได้จากสัมปทาน รายได้จะเหลือที่ 11,809 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,687 ล้านบาท  เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีมติเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ได้แก่ การวางระบบไฟฟ้าที่ตึกบางรัก มูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อให้พร้อมรับการขยายตัวของบริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์

ส่วนการอัพเกรด HSPA เพื่อให้บริการ 3G บนคลื่นเดิม นายจิรายุทธกล่าวว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการมาตรา 22 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ชุดใหม่ของบมจ.โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(ดีแทค) แล้ว เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลสัมปทาน โดยนายวิโรจน์  โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ กสท เป็นประธาน ประชุมไป 1 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากต้องให้เวลากรรมการชุดใหม่ศึกษาภาพรวมและปัญหาของสัญญาสัมปทาน

“ประชุมนัดแรกยังคุยกันเรื่องเก่า เรื่องที่มาที่ไปของสัมปทานและการแก้ไขเพื่อให้เข้าใจภาพรวม HSPA จึงยังไม่ได้พิจารณาก็ต้องเห็นใจคณะกรรมการด้วยที่เป็นชุดใหม่ ส่วนคณะกรรมการมาตรา 13 ของทรูมูฟก็เช่นกันต้องพยายามเร่ง ในปีนี้จะทยอยเปิดทดลองให้ครบตามที่เอกชนร้องขอ โดยดีแทคขอไว้ 1,220  แห่ง ทรูมูฟ 656 แห่ง แต่การเปิดเชิงพาณิชย์อาจต้องเคลียร์ประเด็นทางกม. ถ้าต้องเข้ากระบวนการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ คงใช้เวลานานมาก เราจะเร่งเต็มที่ เพราะเปิดเชิงพาณิชย์ได้ก็มีรายได้ตามสัมปทานเพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ ในกรณีทรูมูฟต้องเสนอให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ บอร์ดฯเคยมีมติให้ทรูมูฟยุติการทดลองไปแล้ว แต่กรณีดีแทคสามารถดำเนินการต่อได้ทันที

นายจิรายุทธยังกล่าวถึงกรณีดีแทคและทรูมูฟมีแนวคิดที่จะไปเจรจาเพื่อเป็นผู้เช่าใช้โครงข่าย (MVNO) กับทีโอที 3G ว่าคาดว่าทั้งคู่คงให้บริษัทลูกดำเนินการจึงไม่จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจาก กสท  แต่อาจมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายการทำธุรกิจแข่งขันกับสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับกสท หรือไม่

ขณะที่ความคืบหน้าในการเข้าซื้อกิจการของบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวเลส มัลติมีเดีย จำกัด ตัวแทนทางการตลาดโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอภายใต้แบรนด์”ฮัทช์” บริษัทได้แจ้งไปแล้วว่านโยบายรัฐมนตรีไอซีทีต้องการให้ซื้อฮัทช์ในราคาไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ถ้าเกินกว่านี้ไม่ซื้อจึงอยู่ระหว่างรอให้ฮัทช์แจ้งผลการตัดสินใจก่อนนำเรื่องเข้าบอร์ดและเสนอรัฐมนตรีไอซีทีต่อไป

“อนาคตของCDMA และ HSPA ก่อนไปถึง LTE ที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps มีอายุการใช้งานเหลือเท่ากัน อีก 3–4 ปีข้างหน้าก็ต้องเปลี่ยนเป็น LTE อยู่ดี  ฉะนั้นการลงทุนไม่ว่าเทคโนโลยีใดในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ  ถ้าไม่ซื้อฮัทช์คงยากที่จะทำธุรกิจมือถือ อาจต้องเปลี่ยนวิธีการใช้คลื่น ต้องวิเคราะห์ว่าถ้าไม่ซื้อจะนำคลื่นไปใช้ให้บริการ HSPA แทนดีหรือไม่ เพราะCDMA ต้องใช้เครื่องเฉพาะ  ต่างจาก HSPA ที่มีเครื่องในตลาดแล้ว  ต้องให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้ว่าจะสร้างธุรกิจอย่างไรให้แข็งแรงในช่วงที่ยังไม่มีการประมูล 3G”

นายจิรายุทธกล่าวว่า ทางเลือกของ กสท มี 2 ทางคือ  ซื้อฮัทช์ได้ในราคาที่ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ ซึ่งต้องให้ทางฮัทช์อัพเกรดโครงข่ายเป็น Rev.B  รองรับความเร็ว 9 Mbps ด้วย  ถ้าซื้อไม่ได้ก็ต้องหาทางใช้คลื่นย่าน 850 MHz  จำนวน 5 MHz ที่เหลือ  เพื่อลงทุนเทคโนโลยี HSPA แทน เนื่องจากคลื่นเดิมฮัทช์ยังมีสิทธิใช้คลื่นจนถึงปี 2558

“หรือไม่ก็จะให้ฮัทช์ขยับคลื่นจากเดิมที่ใช้อยู่ 10 MHz เหลือ 5 MHz  เพราะกสท ไม่มีเหตุผลที่จะลงทุนทำธุรกิจทั้ง 2 ตัวควบคู่กัน  ตอนนี้จึงถึงเวลาที่ต้องเลือกว่าจะทำเทคโนโลยีไหน HSPA หรือ CDMA  ถ้าเลือก HSPA ก็จะยุติการลงทุน CDMA  นำเสาสัญญาณทั้งหมดของ CAT CDMA ไปติดตั้งอุปกรณ์ HSPA  โดยคาดว่าจะต้องลงทุนราว 2 ล้านบาทต่อสถานีฐาน รวมทั้งหมด 1,600 แห่ง คงใช้เงินเท่าๆ กับซื้อฮัทช์  และถ้าจะสร้างโครงข่ายใน 25 จังหวัดภาคกลางก็ต้องไปเช่าสถานีฐานของคนอื่น อาจหาโลเกชั่นยาก ซึ่งก็ต้องใช้เงินอีกก้อน  แต่ถ้าซื้อไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องเลือกทางนี้หากต้องการทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อไป”

สำหรับรายได้ที่กสท ได้รับจากฮัทช์ อยู่ที่ราว 800 ล้านบาทต่อปี หรือ 20% จากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายของฮัทช์

ที่มา: www.wiseknow.com

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/138807