ไมโครซอฟท์ส่ง ‘วินโดวส์ โฟน 7′ ทวงบัลลังก์ ‘สมาร์ทโฟน-แท็บเลต’

Home / Mobile & Tablet / ไมโครซอฟท์ส่ง ‘วินโดวส์ โฟน 7′ ทวงบัลลังก์ ‘สมาร์ทโฟน-แท็บเลต’
และแล้วก็ถึงเวลาของ “ไมโครซอฟท์” ในการกลับเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเลตอย่างเต็มตัว เมื่อไมโครซอฟท์มีแผนการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ โฟน 7 เวอร์ชั่นใหม่ ต่อสาธารณชนในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ หลังปล่อยให้คู่แข่งอย่างแอปเปิล แอนดรอยด์ และแบล็คเบอร์รี่แย่งซีนทำตลาดสมาร์ทโฟนไปไกลในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งการมาของวินโดวส์ โฟน 7 จะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ไมโครซอฟท์ มีแผนที่จะนำระบบวินโดวส์ โฟน 7 มาพัฒนาบนแพลตฟอร์มแท็บเลตเพื่อแข่งขันกับไอแพดของแอปเปิลโดยตรงอีกด้วย
เพราะเป้าหมายของยักษ์ซอฟต์แวร์ รายนี้คือการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดทั้ง “สามจอ” คือจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเลต ทำให้ ไมโครซอฟท์ จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการระดับหัวหอกในการบุกตลาด เพื่อแย่งแชร์จากคู่แข่ง และใช้เป็นอาวุธกลับมาผงาด บนสังเวียนมือถือและคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
ดังนั้น ทุกย่างก้าวของไมโครซอฟท์ ต่อจากนี้ จึงล้วนน่าติดตาม
ล่าสุด บล็อกของเว็บไซต์เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า “สตีฟ บัลเมอร์” ซีอีโอของไมโครซอฟท์ กับ “ชันทานุ นาราเยน” ซีอีโอของบริษัทซอฟต์แวร์ “อะโดบี” กำลังหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการระหว่างไมโครซอฟท์และอะโดบี เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ในการต่อสู้กับ “แอปเปิล” บนสังเวียนตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ และถ้าหากดีลระหว่างไมโครซอฟท์กับอะโดบีครั้งนี้กลายเป็นจริง จะส่งผลให้ศักยภาพการใช้งานซอฟต์แวร์บนสมาร์ทโฟนและแท็บเลตมีความหนักแน่นมากขึ้น เพื่อใช้เป็น จุดต่างในการแข่งขันกับสินค้าของค่ายแอปเปิล เพราะเป็นที่รู้กันว่าไอโฟนและ ไอแพดของแอปเปิลนั้นไม่รองรับโปรแกรม Flash
ขณะเดียวกัน ในด้านธุรกิจยังถือเป็นบิ๊กดีลของยักษ์ซอฟต์แวร์เบอร์ 1 ของโลก โดยปัจจุบัน อะโดบีมีมูลค่าตลาดประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ระดับโลก อาทิ Photoshop และ Flash ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นโปรแกรมแสดงผลคอนเทนต์อย่างเต็ม รูปแบบบนเว็บไซต์เกม และเว็บวิดีโอต่าง ๆ รวมถึงยังสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ มือถือ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อะโดบีเปิดตัวโปรแกรม Flash Player 10.1 เวอร์ชั่นทดลองสู่ตลาด ซึ่งเป็นโปรแกรม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ ทำให้สามารถทำงานเว็บบราวซิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนใช้งานอยู่บนหน้าเดสก์ทอป ยังสามารถใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง และเว็บไซต์แอนิเมชั่นได้ โฆษกของอะโดบีรายงานว่า “อะโดบีและไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งลูกค้าจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก และซีอีโอของทั้งสองบริษัทมีการพบปะกันเป็นครั้งคราวอยู่แล้ว” และขอไม่แสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเวลา หรือหัวข้อที่ซีอีโอทั้งสองบริษัทพูดคุยกัน
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ไมโครซอฟท์กำลังจะเปิดฉากสมรภูมิรบครั้งใหญ่กับแอปเปิล ในการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ “วินโดวส์ โฟน 7″ ในวันที่ 11 ต.ค.นี้
บริษัทวิจัยการ์ดเนอร์คาดการณ์ว่า การเปิดตัวของวินโดวส์ โฟน 7 จะช่วยกระตุ้นส่วนแบ่งการตลาดในระบบปฏิบัติการ สมาร์ทโฟนของค่ายไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้นจาก 4.7% ในปี 2010 เป็น 5.2% ในปี 2011 แต่หลังจากนั้น ส่วนแบ่งตลาดจะลดลงเหลือ 3.9% ในปี 2014 เพราะสภาพการแข่งขันในตลาด ขณะที่ระบบปฏิบัติการซิมเบียนยังคงเป็นผู้นำตลาดจนถึงปี 2014 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30.2% ตามมาด้วยระบบแอนดรอยด์จากกูเกิลครองส่วนแบ่ง 29.6% เพิ่มขึ้นจากปี 2010 มีส่วนแบ่ง 17.7%
“สตีฟ บัลเมอร์” มั่นใจว่า เขาจะสามารถกู้หน้าตลาดสมาร์ทโฟนของ ไมโครซอฟท์ได้อีกครั้งด้วยวินโดวส์ โฟน 7 หลังจาก “คิน” (Kin) โทรศัพท์มือถือ ของไมโครซอฟท์ประสบความล้มเหลว จนต้องหยุดการจำหน่ายไปเมื่อช่วงกลางปี ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า ความสำเร็จของระบบแอนดรอยด์จากกูเกิลเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันรวดเร็วบนตลาดสมาร์ทโฟน
“เราจำเป็นต้องกลับมาอยู่บนเกมของโทรศัพท์มือถืออย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง” บัลเมอร์กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายเตรียมจำหน่ายอุปกรณ์ที่รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 7 แล้ว อาทิ แอลจี, ซัมซุง, เอชทีซี และโตชิบา ซึ่งพร้อมวางจำหน่ายในช่วงวันหยุดยาวปลายปีนี้
ขณะที่ตลาดแท็บเลตนั้น คนในวงการไอทีต่างยอมรับว่าไมโครซอฟท์ค่อนข้างล่าช้ากว่าคู่แข่ง ในการกระโดดเข้าสู่สมรภูมิแท็บเลตอย่างเต็มตัว หลังจากต้นปีที่ผ่านมา บัลเมอร์โชว์ “HP Slate”บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ออกสื่อเป็น ครั้งแรก ณ งานคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ปล่อยให้คู่แข่งเปิดตัวสินค้า และวางจำหน่ายตัดหน้าไป
แต่กระนั้นก็ตาม ระหว่างการประชุม ด้านการเงินประจำปีของไมโครซอฟท์ บัลเมอร์กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้เกิดขึ้นบนแท็บเลต และความสำเร็จของการเปิดตัวแท็บเลตบนระบบวินโดวส์ โฟน 7 คือ เป้าหมายที่เร่งด่วนของเรา ซึ่งจะทำให้สามารถหาซื้อสินค้าดังกล่าวได้เร็วที่สุด เท่าที่เราจะสามารถทำได้”
อย่างไรก็ดี มีข่าวแว่วว่าแท็บเลตบนระบบวินโดวส์นั้นจะสามารถวางจำหน่าย ในปลายปีนี้เช่นกัน

และแล้วก็ถึงเวลาของ “ไมโครซอฟท์” ในการกลับเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเลตอย่างเต็มตัว เมื่อไมโครซอฟท์มีแผนการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ โฟน 7 เวอร์ชั่นใหม่ ต่อสาธารณชนในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ หลังปล่อยให้คู่แข่งอย่างแอปเปิล แอนดรอยด์ และแบล็คเบอร์รี่แย่งซีนทำตลาดสมาร์ทโฟนไปไกลในช่วงที่ผ่านมา

ซึ่งการมาของวินโดวส์ โฟน 7 จะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ไมโครซอฟท์ มีแผนที่จะนำระบบวินโดวส์ โฟน 7 มาพัฒนาบนแพลตฟอร์มแท็บเลตเพื่อแข่งขันกับไอแพดของแอปเปิลโดยตรงอีกด้วย

เพราะเป้าหมายของยักษ์ซอฟต์แวร์ รายนี้คือการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดทั้ง “สามจอ” คือจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเลต ทำให้ ไมโครซอฟท์ จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการระดับหัวหอกในการบุกตลาด เพื่อแย่งแชร์จากคู่แข่ง และใช้เป็นอาวุธกลับมาผงาด บนสังเวียนมือถือและคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ดังนั้น ทุกย่างก้าวของไมโครซอฟท์ ต่อจากนี้ จึงล้วนน่าติดตาม

ล่าสุด บล็อกของเว็บไซต์เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า “สตีฟ บัลเมอร์” ซีอีโอของไมโครซอฟท์ กับ “ชันทานุ นาราเยน” ซีอีโอของบริษัทซอฟต์แวร์ “อะโดบี” กำลังหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการระหว่างไมโครซอฟท์และอะโดบี เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ในการต่อสู้กับ “แอปเปิล” บนสังเวียนตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ และถ้าหากดีลระหว่างไมโครซอฟท์กับอะโดบีครั้งนี้กลายเป็นจริง จะส่งผลให้ศักยภาพการใช้งานซอฟต์แวร์บนสมาร์ทโฟนและแท็บเลตมีความหนักแน่นมากขึ้น เพื่อใช้เป็น จุดต่างในการแข่งขันกับสินค้าของค่ายแอปเปิล เพราะเป็นที่รู้กันว่าไอโฟนและ ไอแพดของแอปเปิลนั้นไม่รองรับโปรแกรม Flash

ขณะเดียวกัน ในด้านธุรกิจยังถือเป็นบิ๊กดีลของยักษ์ซอฟต์แวร์เบอร์ 1 ของโลก โดยปัจจุบัน อะโดบีมีมูลค่าตลาดประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ระดับโลก อาทิ Photoshop และ Flash ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นโปรแกรมแสดงผลคอนเทนต์อย่างเต็ม รูปแบบบนเว็บไซต์เกม และเว็บวิดีโอต่าง ๆ รวมถึงยังสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ มือถือ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อะโดบีเปิดตัวโปรแกรม Flash Player 10.1 เวอร์ชั่นทดลองสู่ตลาด ซึ่งเป็นโปรแกรม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ ทำให้สามารถทำงานเว็บบราวซิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนใช้งานอยู่บนหน้าเดสก์ทอป ยังสามารถใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง และเว็บไซต์แอนิเมชั่นได้ โฆษกของอะโดบีรายงานว่า “อะโดบีและไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งลูกค้าจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก และซีอีโอของทั้งสองบริษัทมีการพบปะกันเป็นครั้งคราวอยู่แล้ว” และขอไม่แสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเวลา หรือหัวข้อที่ซีอีโอทั้งสองบริษัทพูดคุยกัน

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ไมโครซอฟท์กำลังจะเปิดฉากสมรภูมิรบครั้งใหญ่กับแอปเปิล ในการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ “วินโดวส์ โฟน 7″ ในวันที่ 11 ต.ค.นี้

บริษัทวิจัยการ์ดเนอร์คาดการณ์ว่า การเปิดตัวของวินโดวส์ โฟน 7 จะช่วยกระตุ้นส่วนแบ่งการตลาดในระบบปฏิบัติการ สมาร์ทโฟนของค่ายไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้นจาก 4.7% ในปี 2010 เป็น 5.2% ในปี 2011 แต่หลังจากนั้น ส่วนแบ่งตลาดจะลดลงเหลือ 3.9% ในปี 2014 เพราะสภาพการแข่งขันในตลาด ขณะที่ระบบปฏิบัติการซิมเบียนยังคงเป็นผู้นำตลาดจนถึงปี 2014 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30.2% ตามมาด้วยระบบแอนดรอยด์จากกูเกิลครองส่วนแบ่ง 29.6% เพิ่มขึ้นจากปี 2010 มีส่วนแบ่ง 17.7%

“สตีฟ บัลเมอร์” มั่นใจว่า เขาจะสามารถกู้หน้าตลาดสมาร์ทโฟนของ ไมโครซอฟท์ได้อีกครั้งด้วยวินโดวส์ โฟน 7 หลังจาก “คิน” (Kin) โทรศัพท์มือถือ ของไมโครซอฟท์ประสบความล้มเหลว จนต้องหยุดการจำหน่ายไปเมื่อช่วงกลางปี ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า ความสำเร็จของระบบแอนดรอยด์จากกูเกิลเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันรวดเร็วบนตลาดสมาร์ทโฟน

“เราจำเป็นต้องกลับมาอยู่บนเกมของโทรศัพท์มือถืออย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง” บัลเมอร์กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายเตรียมจำหน่ายอุปกรณ์ที่รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 7 แล้ว อาทิ แอลจี, ซัมซุง, เอชทีซี และโตชิบา ซึ่งพร้อมวางจำหน่ายในช่วงวันหยุดยาวปลายปีนี้

ขณะที่ตลาดแท็บเลตนั้น คนในวงการไอทีต่างยอมรับว่าไมโครซอฟท์ค่อนข้างล่าช้ากว่าคู่แข่ง ในการกระโดดเข้าสู่สมรภูมิแท็บเลตอย่างเต็มตัว หลังจากต้นปีที่ผ่านมา บัลเมอร์โชว์ “HP Slate”บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ออกสื่อเป็น ครั้งแรก ณ งานคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ปล่อยให้คู่แข่งเปิดตัวสินค้า และวางจำหน่ายตัดหน้าไป

แต่กระนั้นก็ตาม ระหว่างการประชุม ด้านการเงินประจำปีของไมโครซอฟท์ บัลเมอร์กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้เกิดขึ้นบนแท็บเลต และความสำเร็จของการเปิดตัวแท็บเลตบนระบบวินโดวส์ โฟน 7 คือ เป้าหมายที่เร่งด่วนของเรา ซึ่งจะทำให้สามารถหาซื้อสินค้าดังกล่าวได้เร็วที่สุด เท่าที่เราจะสามารถทำได้”

อย่างไรก็ดี มีข่าวแว่วว่าแท็บเลตบนระบบวินโดวส์นั้นจะสามารถวางจำหน่าย ในปลายปีนี้เช่นกัน

ที่มา: www.prachachat.net

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/138808