มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน

Home / Mobile & Tablet / มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน

 

        ณ เวลานี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก iPhone 4 ซึ่งกระแสการนำเข้ามาขายในเมืองไทยเป็นที่ HOT มาก ทั้งสื่อต่างๆไม่มีใครที่ไม่พูดถึง โดยในค่ำคืนวันที่ 23 กันยายน 2553 ไม่ว่าจะเครือข่ายไหนต่างออกมาจัดงานการเปิดตัวของ iPhone 4  และมี Concept เดียวกันคือ เริ่มจำหน่ายเครื่องในวันที่ 24 กันยายน 2553 ซึ่งแต่ละเครือข่ายต่างจัดงานกันคนละรูปแบบที่ชิงไหว ชิงพริบกันน่าดู ++


ทำไมคนนับล้านถึงอยากเป็นเจ้าของ iPhone 4 ??

1.    1.หน้าจอที่สวยสดใส และมีขนาดใหญ่ ซึ่งผมก็พอได้อ่านข้อมูลใน Internet  ว่าจอของ iPhone 4 ใช้จอ Retina ซึ่งมีความคมชัดที่สุด

มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน รูปที่ 1

 2.    2.กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash ซึ่งได้ลองถ่ายเล่นแล้วรู้สึกว่าคมชัดมาก ซึ่งตัวนี้ยังมีกล้องด้านหน้าสำหรับถ่ายรูปตัวเองและใช้การสนทนาผ่านผู้ที่ใช้ iPhone 4 ด้วยกันเห็นหน้าผ่านกล้อง 2 มุม ซึ่งฟังก์ชั่นหลังนี้ทำให้ผมเริ่มสนใจ iPhone 4 มากขึ้น

มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน รูปที่ 2

3.    3.กล้องวีดีโอ ระดับ High-Definition ซึ่งผมได้ลองถ่ายและเล่นดูแล้วทำให้ประทับใจมาก เพราะว่ามันชัดมาก

4.    4.ในเรื่องการฟังเพลง ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนก็รู้ในคุณภาพอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจ

 

มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน รูปที่ 3

5.    5.เกมส์ และ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งผมประทับใจตรงที่ที่ให้เลือกโหลดฟรีมากมาย ซึ่งสิ่งพวกนี้ทำให้ผมหายเบื่อได้ในบางเวลาที่เบื่อๆดังนั้นผมถึงไม่สงสัยแล้วว่าทำไมคนนับล้านถึงอยากได้ iPhone 4 มาไว้ในครอบครอง

 “แล้วผมจะใช้ iPhone 4 กับเครือข่ายไหนดีละ ?”

             คุณภาพของเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญในการใช้งาน ดังนั้นการที่จะใช้ iPhone 4 ให้เต็มประสิทธิภาพ จะต้องใช้เครือข่ายความเร็วสูง รับส่งข้อมูลรวดเร็ว เสถียรและมีเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับ AIS ซึ่งเป็นน้องใหม่ในการนำ iPhone 4 เข้ามาขาย ในส่วนของสัญญาณการเชื่อมต่อ Edge ส่วนตัวผมคิดว่ายังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศเท่าไรนัก ส่วนทางด้าน TRUE มีสัญญาณ 3G และ WIFI แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศเท่าไหร่นัก ตรงจุดนี้น่าจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ ส่วนตัวผมเลยเลือก dtac เพราะสัญญาณการโทรและสัญญาณการเชื่อมต่อ Edge ที่เสถียรกว่า ล่าสุด dtac ได้ลงทุนปรับปรุงเครือข่ายกว่า 1 พันล้านบาท และก็ยังได้รับการยอมรับจากร้านค้าไอทีทั่วประเทศ ว่าเป็นเครือข่ายที่มี่ EDGE ครอบคลุมทั่วประเทศไทยมากที่สุด
นอกจากนั้นเพื่อนผมยังเคยเจอปัญหาจากเครือข่ายอื่น ในเรื่องของ Edge รั่ว ประสบกับปัญหา bill shock โดนเรียกเก็บค่าบริการหลายพัน โดยไม่รู้ตัว ซึ่งผมคิดว่า dtac “ดีกว่า” ในเรื่องนี้ เพราะจะมีอัตราเก็บค่าบริการในกรณีนี้สูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท/เดือน ส่วนลูกค้าระบบเติมเงินอยู่ที่ 49 บาทต่อวัน ทั้งยังมีการแจ้งเตือนการใช้อินเตอร์เนตผ่าน SMS อีกด้วย ซึ่งผมคิดว่าปัญหานี้คงเป็นปัญหาสำคัญที่ใครหลายคนกังวลแน่นอนคับ

  มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน รูปที่ 4

       
           พร้อมทั้งผมยังประทับใจในคุณภาพ การบริการที่ “ดีกว่า ทั่วถึงกว่า คือ มีศูนย์บริการคลอบคลุมทั่วไป   และสิ่งที่ผมรู้สึกได้ในความแตกต่างของ dtac จากเครือข่ายอื่น ในความเอาใจใส่ต่อลูกค้าในการเปิดตัว iPhone4 ครั้งนี้ คือ dtac มีขบวนบริการส่งเครื่องถึงบ้าน และ บริการให้พนักงาน dtac มาต่อคิวให้ลูกค้าในการรับเครื่อง iPhone 4 ซึ่งลูกค้าไม่ต้องรอคิวเองเลย ดังนั้นผมคิดว่า dtac จึงเป็นเครือข่ายอันดับต้นที่ผมจะตัดสินใจที่จะใช้งานร่วมกับ  iPhone 4 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
มาเจาะกระแสความ HOT ของ iPhone 4 กัน รูปที่ 5
              จากภาพนั้น จะเห็นได้ว่า dtac ได้ออกแพจเกจให้ลูกค้าเลือกใช้งานตามความเหมาะสมถึง 3 แพจเกจ เริ่มต้นที่ 449 / 580 / 699 บาท (ราคารวม VAT จะเป็น 480.43 / 620.60 / 747.93 บาท) และหากใครเลือกใช้ iPhone S นั้น แล้วใช้ EDGE/GPRS เกิน 100 MB ระบบจะคิดเงินส่วนที่เกิน KB ละ 0.01 บาท หรือเทียบเป็น MB ละ 10 บาท พิเศษสำหรับลูกค้า dtac iPhone 4 นั้น หากเลือกซื้อเครื่องพร้อมโปรโมชั่นพร้อมสัญญา 12 เดือน ในแพ็กเกจ S นั้น รอบบิลที่ 10-12 ใช้ฟรีครับ ส่วนแพจเกจ M, L นั้น จะติดสัญญา 24 เดือน ซึ่งรอบบิลที่ 19-24 นั้น ใช้ฟรีครับ
             และที่ผมชอบอีกอย่าง สำหรับพนักงานเงินเดือนน้อยนิดแบบผม คือการที่ มีโปรแกรมให้ผ่อน 0 % 6 เดือน 10เดือน และ 18 เดือนด้วย ซึ่งน่าจะเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย ^^
             สำหรับผมแล้ว ผมคิดที่จะเลือกที่คุณภาพเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับราคาที่สุด คับ อาจต่างจากเครือข่ายอื่นๆไม่มากนัก ถ้าราคาถูกกว่าแต่สัญญาณอืดกว่า ไม่ครอบคลุมกว่า ผมขอเลือกที่ราคาสูงกว่าแล้วใช้อย่างสบายใจดีกว่าคับ แต่ขอให้คุณภาพและราคาเป็นที่สอดคล้องกันก็พอครับ
แล้วคุณละ เลือกได้หรือยัง ??