กทช.ไม่ถอยดันทำคลอด”ไวแมกซ์”

Home / Mobile & Tablet / กทช.ไม่ถอยดันทำคลอด”ไวแมกซ์”
“กทช.” รอลุ้นคำสั่ง “ศาลปกครอง สูงสุด” 23 ก.ย.นี้ ลั่นพร้อมดำเนินการประมูลไลเซนส์ใหม่ “3G” ต่อทันที ย้ำเข้าใจบทบาท 2 รัฐวิสาหกิจพิทักษ์ประโยชน์องค์กร แต่เทียบไม่ได้กับประโยชน์คนไทยจากการใช้ 3G ทั้งยืนยันไม่หยุดเดินหน้าทำคลอดใบอนุญาต “ไวแม็กซ์” และแผนบริการทั่วถึง มั่นใจไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจจัดสรรคลื่น หลัง 3 กทช.ถึงคิวหมดวาระ
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ ชั่วคราวก่อนพิพากษาให้ กทช.ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และการดำเนินการต่อไปตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ไว้ชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อวันที่ 16 ก.ย. มีผลให้ กทช.ระงับการจัดประมูลใบอนุญาต ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย. โดย กทช.ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง (20 ก.ย.) ให้รับอุทธรณ์คำสั่ง กำหนดมาตรการ หรือวิธีการ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา พร้อมให้ผู้ฟ้องคดีนี้คือ บมจ.กสท โทรคมนาคม ทำคำ แก้อุทธรณ์ของ กทช.ภายใน 3 วัน และนัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 09.00 น. โดยศาลแจ้งว่าอาจมีคำสั่งใด คำสั่งหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งอุทธรณ์ และหรือคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ที่ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น
“กทช.ยังรอความเมตตาจากศาล หากศาลปกครองสูงสุดยกเลิกคำสั่งคุ้มครอง กทช.ก็พร้อมเริ่มต้นประมูลได้ภายใน 2 วัน คือไม่น่าเกินวันที่ 25 ก.ย. ถ้าศาลไม่ยก ก็น้อมรับคำตัดสิน และจะยกเลิกการประมูลทั้งหมดที่เตรียมไว้ เรายืนยันว่าได้เตรียมกระบวนการมาตั้งแต่ปี 2548 ไม่ใช่มารีบทำใน 3-4 วัน ทั้งหมดคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ เมื่อต้องมาสะดุดหยุดลงในสัปดาห์สุดท้าย เพราะการฟ้องร้องของ กสทฯ ซึ่งเราเข้าใจดีว่า ทั้ง กสทฯ และทีโอทีจำเป็นต้องปกป้องผลประโยชน์องค์กร แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ของคนไทยที่จะได้รับจากการใช้ 3 จีแล้ว น้ำหนักน้อยมาก” พ.อ.นทีกล่าวและว่า
โดย กทช.ได้แจ้งให้ผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทั้ง 3 รายคอยติดตามคำสั่งศาลแล้ว หากมีการประมูลเกิดขึ้น กระบวนการทุกอย่างจะเหมือนเดิม เพียงแต่เลื่อนวันประมูล และไม่มีพิธีเปิดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น
พ.อ.นทีกล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่ามีความพยายามล้มประมูล 3G เนื่องจาก กทช.ไม่ให้ความร่วมมือรัฐบาลในการแปรสัมปทานมือถือ 2 จี เป็นระบบใบอนุญาตว่า ที่ผ่านมา กทช.สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวของรัฐบาลมาตลอด รวมถึงนโยบายอื่นด้วย เพียงแต่การแปรสัมปทานเป็นใบอนุญาต ทางหน่วยงานรัฐต้องเจรจาในประเด็นต่าง ๆ ให้ได้ ข้อยุติที่คู่สัญญา 2 ฝ่ายเห็นพ้องตรงกันก่อน จึงเข้าสู่กระบวนการออกใบอนุญาตในขอบเขตอำนาจของ กทช. ซึ่งที่ผ่านมา กทช.ได้ให้ข้อเสนอแนะไปหลายประการด้วย
“ที่ผ่านมา กทช.ได้ประสานงานร่วมกับรัฐบาลมาตามลำดับ แนวคิดแปรสัมปทานเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้อง แต่ กทช.จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เมื่อคู่สัญญาได้ข้อยุติกันแล้วเท่านั้น”
ด้านนายต่อพงษ์ เสลานนท์ กรรมการคณะทำงานขับเคลื่อน 3G ของสำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เสริมว่า การที่รัฐบาลออกมากล่าวว่าจะเร่งรัดการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …(กสทช.) เพื่อให้มีการจัดประมูล 3G ภายใต้ กสทช.ได้อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก และจากการติดตามการทำงานเพื่อปฏิรูปสื่อมาระยะหนึ่ง พบว่าทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลใบอนุญาตเหมือนที่ กทช. เตรียมการในปัจจุบัน
เนื่องจากร่างอยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างรัฐสภากับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้เส้นตายไว้ว่าจะต้องเสร็จภายในกี่วัน เมื่อถกกันจนได้ข้อยุติแล้ว ต้องเข้าสู่การประชุมร่วม 2 สภา ก่อนให้ความเห็นชอบ นำขึ้นกราบบังคมทูล และนำมาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกระบวน การทั้งหมดในส่วนนี้ ไม่ได้มีกรอบเวลาที่ชัดเจน
จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งในร่าง กำหนดให้ กทช.ทำหน้าที่แทน กสทช.ในการสรรหากรรมการ โดยกำหนดระยะเวลาคร่าว ๆ ไว้ 180 วัน เมื่อได้กรรมการ กสทช. ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทำแผนจัดการคลื่นความถี่ ซึ่งครอบคลุมไปถึงกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม
โดยทั่วไปใช้เวลาราว 6 เดือน-1 ปี หลังจากนี้ กสทช.จึงจะออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประมูล 3 จี เพื่อเตรียมเปิดประมูลได้
“ที่สำคัญที่สุด คือแต่ละกระบวนการ แต่ละขั้นตอน รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปออกคำสั่งเร่งรัด หรือก้าวก่ายให้ กสทช.ทำ โน่นทำนี่ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ หาก รัฐมีความคาดหมายในจุดนี้ ก็จะไม่มีโอกาสที่จะเป็นจริงได้”
นอกจากการขับเคลื่อนการออกใบอนุญาตมือถือ 3G แล้ว พ.อ.นทีกล่าวว่า การออกใบอนุญาตไวแม็กซ์ เป็นอีกภารกิจสำคัญของ กทช.ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้สำเร็จเช่นกัน กับการประกาศหลักเกณฑ์กองทุนเพื่อให้บริการโทรคมนาคมอย่าง ทั่วถึง (USO) ฉบับใหม่ที่ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และตามโรงเรียน ในชนบทที่ต้องมีโอกาสเข้าถึงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
“ไวแม็กซ์ กทช.ผลักดันเต็มที่ มั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจในการจัดสรรคลื่นเหมือนกรณี 3G แม้สิ้นเดือน ก.ย.นี้ กรรมการ กทช.3 คนจะหมดวาระ แต่ยังมีอีก 4 คนทำงานต่อเนื่องระหว่างที่มีการสรรหากรรมการใหม่มาทดแทน อำนาจ หน้าที่ก็ยังเหมือนเดิม”

“กทช.” รอลุ้นคำสั่ง “ศาลปกครอง สูงสุด” 23 ก.ย.นี้ ลั่นพร้อมดำเนินการประมูลไลเซนส์ใหม่ “3G” ต่อทันที ย้ำเข้าใจบทบาท 2 รัฐวิสาหกิจพิทักษ์ประโยชน์องค์กร แต่เทียบไม่ได้กับประโยชน์คนไทยจากการใช้ 3G ทั้งยืนยันไม่หยุดเดินหน้าทำคลอดใบอนุญาต “ไวแม็กซ์” และแผนบริการทั่วถึง มั่นใจไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจจัดสรรคลื่น หลัง 3 กทช.ถึงคิวหมดวาระ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ ชั่วคราวก่อนพิพากษาให้ กทช.ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และการดำเนินการต่อไปตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ไว้ชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อวันที่ 16 ก.ย. มีผลให้ กทช.ระงับการจัดประมูลใบอนุญาต ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย. โดย กทช.ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง (20 ก.ย.) ให้รับอุทธรณ์คำสั่ง กำหนดมาตรการ หรือวิธีการ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา พร้อมให้ผู้ฟ้องคดีนี้คือ บมจ.กสท โทรคมนาคม ทำคำ แก้อุทธรณ์ของ กทช.ภายใน 3 วัน และนัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 09.00 น. โดยศาลแจ้งว่าอาจมีคำสั่งใด คำสั่งหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งอุทธรณ์ และหรือคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ที่ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น

“กทช.ยังรอความเมตตาจากศาล หากศาลปกครองสูงสุดยกเลิกคำสั่งคุ้มครอง กทช.ก็พร้อมเริ่มต้นประมูลได้ภายใน 2 วัน คือไม่น่าเกินวันที่ 25 ก.ย. ถ้าศาลไม่ยก ก็น้อมรับคำตัดสิน และจะยกเลิกการประมูลทั้งหมดที่เตรียมไว้ เรายืนยันว่าได้เตรียมกระบวนการมาตั้งแต่ปี 2548 ไม่ใช่มารีบทำใน 3-4 วัน ทั้งหมดคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ เมื่อต้องมาสะดุดหยุดลงในสัปดาห์สุดท้าย เพราะการฟ้องร้องของ กสทฯ ซึ่งเราเข้าใจดีว่า ทั้ง กสทฯ และทีโอทีจำเป็นต้องปกป้องผลประโยชน์องค์กร แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ของคนไทยที่จะได้รับจากการใช้ 3 จีแล้ว น้ำหนักน้อยมาก” พ.อ.นทีกล่าวและว่า

โดย กทช.ได้แจ้งให้ผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทั้ง 3 รายคอยติดตามคำสั่งศาลแล้ว หากมีการประมูลเกิดขึ้น กระบวนการทุกอย่างจะเหมือนเดิม เพียงแต่เลื่อนวันประมูล และไม่มีพิธีเปิดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น

พ.อ.นทีกล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่ามีความพยายามล้มประมูล 3G เนื่องจาก กทช.ไม่ให้ความร่วมมือรัฐบาลในการแปรสัมปทานมือถือ 2 จี เป็นระบบใบอนุญาตว่า ที่ผ่านมา กทช.สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวของรัฐบาลมาตลอด รวมถึงนโยบายอื่นด้วย เพียงแต่การแปรสัมปทานเป็นใบอนุญาต ทางหน่วยงานรัฐต้องเจรจาในประเด็นต่าง ๆ ให้ได้ ข้อยุติที่คู่สัญญา 2 ฝ่ายเห็นพ้องตรงกันก่อน จึงเข้าสู่กระบวนการออกใบอนุญาตในขอบเขตอำนาจของ กทช. ซึ่งที่ผ่านมา กทช.ได้ให้ข้อเสนอแนะไปหลายประการด้วย

“ที่ผ่านมา กทช.ได้ประสานงานร่วมกับรัฐบาลมาตามลำดับ แนวคิดแปรสัมปทานเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้อง แต่ กทช.จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เมื่อคู่สัญญาได้ข้อยุติกันแล้วเท่านั้น”

ด้านนายต่อพงษ์ เสลานนท์ กรรมการคณะทำงานขับเคลื่อน 3G ของสำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เสริมว่า การที่รัฐบาลออกมากล่าวว่าจะเร่งรัดการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …(กสทช.) เพื่อให้มีการจัดประมูล 3G ภายใต้ กสทช.ได้อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก และจากการติดตามการทำงานเพื่อปฏิรูปสื่อมาระยะหนึ่ง พบว่าทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลใบอนุญาตเหมือนที่ กทช. เตรียมการในปัจจุบัน

เนื่องจากร่างอยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างรัฐสภากับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้เส้นตายไว้ว่าจะต้องเสร็จภายในกี่วัน เมื่อถกกันจนได้ข้อยุติแล้ว ต้องเข้าสู่การประชุมร่วม 2 สภา ก่อนให้ความเห็นชอบ นำขึ้นกราบบังคมทูล และนำมาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกระบวน การทั้งหมดในส่วนนี้ ไม่ได้มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งในร่าง กำหนดให้ กทช.ทำหน้าที่แทน กสทช.ในการสรรหากรรมการ โดยกำหนดระยะเวลาคร่าว ๆ ไว้ 180 วัน เมื่อได้กรรมการ กสทช. ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทำแผนจัดการคลื่นความถี่ ซึ่งครอบคลุมไปถึงกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม

โดยทั่วไปใช้เวลาราว 6 เดือน-1 ปี หลังจากนี้ กสทช.จึงจะออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประมูล 3G เพื่อเตรียมเปิดประมูลได้

“ที่สำคัญที่สุด คือแต่ละกระบวนการ แต่ละขั้นตอน รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปออกคำสั่งเร่งรัด หรือก้าวก่ายให้ กสทช.ทำ โน่นทำนี่ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ หาก รัฐมีความคาดหมายในจุดนี้ ก็จะไม่มีโอกาสที่จะเป็นจริงได้”

นอกจากการขับเคลื่อนการออกใบอนุญาตมือถือ 3G แล้ว พ.อ.นทีกล่าวว่า การออกใบอนุญาตไวแม็กซ์ เป็นอีกภารกิจสำคัญของ กทช.ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้สำเร็จเช่นกัน กับการประกาศหลักเกณฑ์กองทุนเพื่อให้บริการโทรคมนาคมอย่าง ทั่วถึง (USO) ฉบับใหม่ที่ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และตามโรงเรียน ในชนบทที่ต้องมีโอกาสเข้าถึงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ไวแม็กซ์ กทช.ผลักดันเต็มที่ มั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจในการจัดสรรคลื่นเหมือนกรณี 3G แม้สิ้นเดือน ก.ย.นี้ กรรมการ กทช.3 คนจะหมดวาระ แต่ยังมีอีก 4 คนทำงานต่อเนื่องระหว่างที่มีการสรรหากรรมการใหม่มาทดแทน อำนาจ หน้าที่ก็ยังเหมือนเดิม”

ที่มา:  www.prachachat.net

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/131201