ค่ายไอทีชี้ปัญหา 3G ทำอุตฯ พีซีเสียหาย

Home / Mobile & Tablet / ค่ายไอทีชี้ปัญหา 3G ทำอุตฯ พีซีเสียหาย

“อินเทล” ชี้ 3จี ยังไม่เกิดทำอุตสาหกรรมพีซีเสียหาย หลังจากคาดเกิดยอดขายใหม่แตะ 1 ล้านเครื่องใน 3 ปี หากมี 3จี ฟันธงหนักสุด “เอสเอ็มอี” เหตุขาดทางเลือกใช้เทคโนฯ ใหม่ลดต้นทุน จี้รัฐผลักดันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ต้องทำให้เกิดโดยเร็ว ฟาก “เดลล์” ชะลอแผนโปรดักท์รองรับเครือข่ายใหม่
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การขยายตัวของตลาดพีซีในต่างประเทศเมื่อมีเทคโนโลยี 3จีจะพบว่า ปีแรกยอดขายพีซีในตลาดรวมจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 แสนเครื่อง และปีที่ 2 เพิ่มขึ้นอีก 4-5 แสนเครื่อง และมีแนวโน้มจะมียอดขายถึง 8 แสนถึง 1 ล้านเครื่อง ในปีที่ 3 เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดความต้องการใช้เครื่องเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น
“เราประเมิน On top จากตลาดเดิม ซึ่งจะเห็นการเคลื่อนตัวของพีซีในประเทศอื่นๆ ที่มีว่า 3จี จะทำให้การใช้เครื่องเยอะขึ้น เพราะเมื่อไรก็ตามที่คนซื้อโน้ตบุ๊ค เน็ตบุ๊คไปใช้ที่บ้านก็ต้องอยากต่ออินเทอร์เน็ตทั้งนั้น คำถามคือ ถ้าเป็นคนในพื้นที่ที่สายอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงก็ต้องใช้ดองเกิล หรือแอร์การ์ด ซึ่งความเร็วตอนนี้มันไม่ได้ หรือยังต่ำมาก แต่ถ้าเป็น 3จีจะทำให้คนมีประสบการณ์ใช้งานเยอะขึ้น”
พร้อมให้ความเห็นว่า ขณะที่ประเทศไทยยังมีปัญหาการให้บริการ 3จีให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้ล่าช้าออกไปอีก นอกจากจะทำให้ประชาชนทั่วไปเสียโอกาสที่จะได้ใช้เทคโนโลยีใหม่แล้ว ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากกับกลุ่มผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งมีกว่า 90% ของธุรกิจในไทย เนื่องจากต้นทุนจัดการธุรกิจโดยส่วนใหญ่จะสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งการมี 3จีจะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถบริหารจัดการธุรกิจโดยผ่านเครือข่าย 3จีได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร โดยเฉพาะมุมการสร้างรายได้ และการตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยี 3จี
ขณะเดียวกันเขาเชื่อว่า ตลาดฮาร์ดแวร์ในประเทศไทยไม่ว่าจะฝั่งอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป หรือการใช้งานในองค์กรพร้อมรองรับ 3จีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ค เดสก์ทอป รวมทั้งเครื่องขนาดใหญ่
“ฮาร์ดแวร์ไม่ใช่ประเด็นเลย เพราะ3จีมีในโลกมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ประเทศเราดีเลย์มาเรื่อยๆ กลายเป็นประเทศหลังเขาที่เกือบๆ จะสุดท้ายในโลกที่ไม่มี 3จีใช้ ซึ่งตอนนี้บ้านเรามีคนใช้คู่สายโทรศัพท์เฉลี่ยแค่ 6 ล้านเลขหมาย จาก 20 ล้านครัวเรือน ซึ่งก็ดีสำหรับการสื่อสารด้วยเสียง หรือทำอินเทอร์เน็ตฟิกซ์ไลน์ แต่ส่วนที่เข้าไปไม่ถึงยังต้องอาศัยเทคโนโลยีไร้สายซึ่งก็คือ 3จี ที่ตอนนี้เรายังไม่มี เพราะฉะนั้นการทำดาต้า คอมมิวนิเคชั่น ไม่ได้เลย ยิ่งสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะสูญเสียครั้งใหญ่ โดยเฉพาะที่ไม่ได้อยู่ในที่ที่มีฟิกซ์ไลน์ การทำออฟฟิศไร้สายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ Speed ระดับเอดจ์ หรือ 2.5จี ตอนนี้ไม่พอ”
แนะรัฐดันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน
นายเอกรัศมิ์ แนะว่า รัฐบาลควรต้องผลักดันให้ “3จี” เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนึ่งของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างทางธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เมื่อใดที่เกิด 3จีขึ้นจะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายและมีสาย ท้ายที่สุดผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันให้บริการ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
ส่วนอินเทลก็มีแผนจะร่วมมือกับบริษัทสื่อสาร รวมทั้งผู้ค้าและผู้ให้บริการ 3จี เพื่อผลักดันตลาดร่วมกัน แต่คงต้องชะลอไว้ก่อนจนกว่าจะสามารถให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าวได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะยังไม่เกิด
ขณะที่ นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่เดลล์ผลิตออกมาในตลาดช่วงหลังจะรองรับ 3จี หมดแล้ว แต่การนำเข้าไทยจะตัดฟังก์ชันดังกล่าวออกก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
“ยอดขายคงไม่กระทบ แต่เป็นการสูญเสียโอกาสมากกว่า ทั้งผู้ใช้ ธุรกิจใหม่ๆ และเวนเดอร์ ที่จะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเร็วๆ นี้เดลล์เพิ่งร่วมมือกับไชน่า เทเลคอม เปิดตัวโน้ตบุ๊คที่มี 3จีในตัวสำหรับตลาดองค์กร ซึ่งเรายังทำในไทยไม่ได้ รวมถึงแทบเล็ตเดลล์ สตรีค ที่ขายดีในต่างประเทศ แต่เรายังไม่แน่ใจว่าจะเอาเข้ามาได้เมื่อไร เพราะโปรดักท์จะทำงานได้ดี ถ้ามี 3จี”
อย่างไรก็ตาม เดลล์ จะยังคงทำตลาดภายใต้เทคโนโลยีที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันโปรดักท์กลุ่มโน้ตบุ๊คกว่า 80% รองรับ 3จี ได้แล้ว แต่ก็เชื่อว่าหากยิ่งช้าจะยิ่งทำไทยสูญเสียโอกาส โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากเดิม (Incremental) ที่ควรจะเป็น เช่น ลาวมีผู้ใช้มือถือเพิ่มขึ้นเป็นล้านคนจากหลักแสนคนหลังจากมี 3จี เพียง 2 ปี
นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทซีดีจี กล่าวว่า ถ้ามี 3จี และผู้ใช้มากขึ้น ตลาดใหญ่ขึ้น คุ้มค่าการลงทุน เวลาของคนจะมีค่ามากขึ้น 1 ชั่วโมงทำงานได้มากขึ้น ซึ่งแบ็คโบนต้องพร้อม รูปแบบการให้บริการต้องปรับ นอกจากเอกชนจะปรับตัวแล้วก็ต้องดันให้รัฐปรับด้วย ซึ่งตามหลักแล้วภาครัฐต้องปรับก่อน แต่ประเทศไทยคงไม่ใช่เช่นนั้น ประเด็นประจำวันอยู่ที่เรื่องการเมือง และการฟ้องร้อง
ทุกประเทศต้องปรับตัว ขึ้นกับใครจะทำได้เร็วกว่ากัน ยิ่งช้าขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศยิ่งถดถอย อุตสาหกรรมในประเทศจะยิ่งแ”อินเทล” ชี้ 3จี ยังไม่เกิดทำอุตสาหกรรมพีซีเสียหาย หลังจากคาดเกิดยอดขายใหม่แตะ 1 ล้านเครื่องใน 3 ปี หากมี 3จี ฟันธงหนักสุด “เอสเอ็มอี” เหตุขาดทางเลือกใช้เทคโนฯ ใหม่ลดต้นทุน จี้รัฐผลักดันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ต้องทำให้เกิดโดยเร็ว ฟาก “เดลล์” ชะลอแผนโปรดักท์รองรับเครือข่ายใหม่

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การขยายตัวของตลาดพีซีในต่างประเทศเมื่อมีเทคโนโลยี 3จีจะพบว่า ปีแรกยอดขายพีซีในตลาดรวมจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 แสนเครื่อง และปีที่ 2 เพิ่มขึ้นอีก 4-5 แสนเครื่อง และมีแนวโน้มจะมียอดขายถึง 8 แสนถึง 1 ล้านเครื่อง ในปีที่ 3 เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดความต้องการใช้เครื่องเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น

“เราประเมิน On top จากตลาดเดิม ซึ่งจะเห็นการเคลื่อนตัวของพีซีในประเทศอื่นๆ ที่มีว่า 3จี จะทำให้การใช้เครื่องเยอะขึ้น เพราะเมื่อไรก็ตามที่คนซื้อโน้ตบุ๊ค เน็ตบุ๊คไปใช้ที่บ้านก็ต้องอยากต่ออินเทอร์เน็ตทั้งนั้น คำถามคือ ถ้าเป็นคนในพื้นที่ที่สายอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงก็ต้องใช้ดองเกิล หรือแอร์การ์ด ซึ่งความเร็วตอนนี้มันไม่ได้ หรือยังต่ำมาก แต่ถ้าเป็น 3จีจะทำให้คนมีประสบการณ์ใช้งานเยอะขึ้น”

พร้อมให้ความเห็นว่า ขณะที่ประเทศไทยยังมีปัญหาการให้บริการ 3จีให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้ล่าช้าออกไปอีก นอกจากจะทำให้ประชาชนทั่วไปเสียโอกาสที่จะได้ใช้เทคโนโลยีใหม่แล้ว ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากกับกลุ่มผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งมีกว่า 90% ของธุรกิจในไทย เนื่องจากต้นทุนจัดการธุรกิจโดยส่วนใหญ่จะสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งการมี 3จีจะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถบริหารจัดการธุรกิจโดยผ่านเครือข่าย 3จีได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร โดยเฉพาะมุมการสร้างรายได้ และการตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยี 3จี

ขณะเดียวกันเขาเชื่อว่า ตลาดฮาร์ดแวร์ในประเทศไทยไม่ว่าจะฝั่งอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป หรือการใช้งานในองค์กรพร้อมรองรับ 3จีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ค เดสก์ทอป รวมทั้งเครื่องขนาดใหญ่

“ฮาร์ดแวร์ไม่ใช่ประเด็นเลย เพราะ3จีมีในโลกมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ประเทศเราดีเลย์มาเรื่อยๆ กลายเป็นประเทศหลังเขาที่เกือบๆ จะสุดท้ายในโลกที่ไม่มี 3จีใช้ ซึ่งตอนนี้บ้านเรามีคนใช้คู่สายโทรศัพท์เฉลี่ยแค่ 6 ล้านเลขหมาย จาก 20 ล้านครัวเรือน ซึ่งก็ดีสำหรับการสื่อสารด้วยเสียง หรือทำอินเทอร์เน็ตฟิกซ์ไลน์ แต่ส่วนที่เข้าไปไม่ถึงยังต้องอาศัยเทคโนโลยีไร้สายซึ่งก็คือ 3จี ที่ตอนนี้เรายังไม่มี เพราะฉะนั้นการทำดาต้า คอมมิวนิเคชั่น ไม่ได้เลย ยิ่งสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะสูญเสียครั้งใหญ่ โดยเฉพาะที่ไม่ได้อยู่ในที่ที่มีฟิกซ์ไลน์ การทำออฟฟิศไร้สายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ Speed ระดับเอดจ์ หรือ 2.5จี ตอนนี้ไม่พอ”

แนะรัฐดันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

นายเอกรัศมิ์ แนะว่า รัฐบาลควรต้องผลักดันให้ “3จี” เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนึ่งของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างทางธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เมื่อใดที่เกิด 3จีขึ้นจะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายและมีสาย ท้ายที่สุดผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันให้บริการ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

ส่วนอินเทลก็มีแผนจะร่วมมือกับบริษัทสื่อสาร รวมทั้งผู้ค้าและผู้ให้บริการ 3จี เพื่อผลักดันตลาดร่วมกัน แต่คงต้องชะลอไว้ก่อนจนกว่าจะสามารถให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าวได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะยังไม่เกิด

ขณะที่ นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่เดลล์ผลิตออกมาในตลาดช่วงหลังจะรองรับ 3จี หมดแล้ว แต่การนำเข้าไทยจะตัดฟังก์ชันดังกล่าวออกก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

“ยอดขายคงไม่กระทบ แต่เป็นการสูญเสียโอกาสมากกว่า ทั้งผู้ใช้ ธุรกิจใหม่ๆ และเวนเดอร์ ที่จะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเร็วๆ นี้เดลล์เพิ่งร่วมมือกับไชน่า เทเลคอม เปิดตัวโน้ตบุ๊คที่มี 3จีในตัวสำหรับตลาดองค์กร ซึ่งเรายังทำในไทยไม่ได้ รวมถึงแทบเล็ตเดลล์ สตรีค ที่ขายดีในต่างประเทศ แต่เรายังไม่แน่ใจว่าจะเอาเข้ามาได้เมื่อไร เพราะโปรดักท์จะทำงานได้ดี ถ้ามี 3จี”

อย่างไรก็ตาม เดลล์ จะยังคงทำตลาดภายใต้เทคโนโลยีที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันโปรดักท์กลุ่มโน้ตบุ๊คกว่า 80% รองรับ 3จี ได้แล้ว แต่ก็เชื่อว่าหากยิ่งช้าจะยิ่งทำไทยสูญเสียโอกาส โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากเดิม (Incremental) ที่ควรจะเป็น เช่น ลาวมีผู้ใช้มือถือเพิ่มขึ้นเป็นล้านคนจากหลักแสนคนหลังจากมี 3จี เพียง 2 ปี

นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทซีดีจี กล่าวว่า ถ้ามี 3จี และผู้ใช้มากขึ้น ตลาดใหญ่ขึ้น คุ้มค่าการลงทุน เวลาของคนจะมีค่ามากขึ้น 1 ชั่วโมงทำงานได้มากขึ้น ซึ่งแบ็คโบนต้องพร้อม รูปแบบการให้บริการต้องปรับ นอกจากเอกชนจะปรับตัวแล้วก็ต้องดันให้รัฐปรับด้วย ซึ่งตามหลักแล้วภาครัฐต้องปรับก่อน แต่ประเทศไทยคงไม่ใช่เช่นนั้น ประเด็นประจำวันอยู่ที่เรื่องการเมือง และการฟ้องร้อง

ทุกประเทศต้องปรับตัว ขึ้นกับใครจะทำได้เร็วกว่ากัน ยิ่งช้าขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศยิ่งถดถอย อุตสาหกรรมในประเทศจะยิ่งแย่

ที่มา: www.bangkokbiznews.com

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/130956