ตั้ง”ไตรรงค์”ทำแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ “จุติ”ฟุ้งเอกชนหนุนอัพเกรด “2จี” อดีตรมช.คลังชี้ทำไม่ได้

Home / Mobile & Tablet / ตั้ง”ไตรรงค์”ทำแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ “จุติ”ฟุ้งเอกชนหนุนอัพเกรด “2จี” อดีตรมช.คลังชี้ทำไม่ได้
นายกฯตั้ง”ไตรรงค์”ทำแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ รมว.ไอซีทีมั่นใจเอกชนหนุนอัพเกรด “2จี” เหตุไม่ต้องลงทุนมาก ขณะที่ฟากอดีตรมช.คลัง “พิชัย นริพทะพันธุ์”ชี้ทำไม่ได้ เหตุติดขัดทั้งข้อกฏหมายและด้านเทคนิค แนะศึกษารายละเอียดให้ชัดก่อนออกมาพูด
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี    (ครม.) ถึงกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของตน ว่า ได้มอบหมายให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที และ กสท ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มสหภาพแล้ว แต่ถ้ามีข้อสงสัยอะไรอีกก็พร้อมจะชี้แจงในทุกเวที
นายจุติให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังการประชุม ครม. ว่า นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เป็นประธานจัดทำแผนโครงข่ายบรอดแบรนด์แห่งชาติ เพื่อให้การบริการบรอดแบนด์เป็นหนึ่งในสาธารณูปโภคที่ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างหลากหลายและเท่าเทียมกัน โดยการจัดทำแผนโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติจะต้องมีการรวบรวมเครือข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เพื่อรวมกันเป็นโครงข่ายเดียว ไม่ว่าจะมีการประมูลใบอนุญาต 3 จี หรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อประ โยชน์ในการใช้เทคโนโลยีของประชาชนให้มีราคาถูกลง
“เทคโนโลยี 3 จี เป็นส่วนหนึ่งในแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ ซึ่งเห็นว่าการลงทุนรวบรวมโครงข่ายของรัฐบาลและให้เอกชนเป็นผู้เช่า โดยไม่ต้องลงทุนสร้างเครือข่ายเองเป็นสิ่งที่เอกชนต้องการ ขณะเดียวกันประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีได้รวดเร็วในราคาประหยัด”
ส่วนแนวคิดของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องการให้ยกระดับสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 2 จี ขึ้นเป็น 3 จี ด้วยการขยายเวลาสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายเดิม นายจุติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และจะหารือกับ  นายกรณ์ในเรื่องนี้
“ผมเชื่อว่าการยกระดับ 2 จี เป็น 3 จี เอกชนจะสนับสนุนแน่นอน เพราะเอกชน ไม่ต้องลงทุนมาก เพียงแค่ลงทุนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มขึ้นบางส่วน ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมดเหมือน   3 จี เสาอากาศต้นละ 5-7 ล้านบาท   แต่รัฐก็มีอยู่แล้ว เขาสามารถมาเช่าใช้ได้เลย และปัจจุบันเอกชนก็มีการทดลองทำระบบ 3 จี กันมา 2 ปี แล้ว เพียงแต่ยังทำได้แค่ในส่วนกลาง ยังไม่สามารถกระจายไปต่างจังหวัด หากดำเนินการตามนี้ทุกฝ่ายก็จะได้ประโยชน์ เอกชนไม่ต้องลงทุนเยอะ รัฐบาลได้ประโยชน์จากค่าเช่าใช้ระบบโครงข่าย ประชาชนก็จะมี 3 จี ใช้กันเร็วขึ้น”นายจุติกล่าว
ทางด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานทางเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรมช.คลัง กล่าวว่า ตามที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ระบุว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาให้ กสท. และ ทีโอทียกระดับสัมปทานมือถือระบบ 2 จี ไปให้บริการ 3 จี ด้วยการขยายเวลาสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายเดิมออกไปอีก หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการประมูลใบอนุญาต 3จี ตนอยากให้ศึกษารายละเอียดก่อนที่จะออกมาแถลง เพราะการจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทำได้ ด้วยเหตุผลทั้งทางด้านกฏหมายและด้านเทคนิค โดยด้านกฏหมายในเมื่อ กทช. ไม่สามารถดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ได้ กทช.ก็ยิ่งไม่น่าจะมีสิทธิในการขยายเวลาการให้สัมปทานเดิมโดยไม่มีการประมูลได้ เสี่ยงขัดต่อกฎหมายมาก และการที่ กทช.ให้ใบอนุญาต 3 จี แก่ทีโอทีไปแล้ว โดยที่ทีโอทีได้ซื้อส่วนของ กสท. ในคลื่น 3 จีนั้นก็ไม่แน่ว่าจะต้องถูกยกเลิกหรือไม่บนพื้นฐานของกฏหมายเดียวกัน
นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับด้านเทคนิค เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการกับผู้ใช้มือถือในส่วนของ 2 จี มีเป็นจำนวนมาก การที่จะไปอัพเกรดจาก 2 จี เป็น  3 จี จะทำให้การบริการ 2 จี ต้องสะดุดลง ซึ่งไม่น่าจะทำได้ อีกทั้งเมื่อการขยายสัมปทานไม่สามารถจะทำได้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีผู้ให้บริการรายใดกล้าที่จะดำเนินการ เพราะรายได้จากการให้บริการในระยะเวลาที่เหลือของสัมปทานจะไม่คุ้มทุน  ด้วยเหตุผลดังกล่าวการอัพเกรด 2 จี เป็น 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมไม่น่าจะทำได้
ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือความพยายามทำความเข้าใจและขอความเห็นใจจากศาลปกครอง ให้เห็นแก่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของประเทศ และอนุญาตให้เปิดประมูลคลื่น 3 จีโดยเร็ว ทั้งนี้เป็นที่น่าเสียใจว่าก่อนที่จะมีการปฏิวัติ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการสื่อสาร แต่เพียงไม่กี่ปีกลับล้าหลังไปมาก

นายกฯตั้ง”ไตรรงค์”ทำแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ รมว.ไอซีทีมั่นใจเอกชนหนุนอัพเกรด “2จี” เหตุไม่ต้องลงทุนมาก ขณะที่ฟากอดีตรมช.คลัง “พิชัย นริพทะพันธุ์”ชี้ทำไม่ได้ เหตุติดขัดทั้งข้อกฏหมายและด้านเทคนิค แนะศึกษารายละเอียดให้ชัดก่อนออกมาพูด

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี    (ครม.) ถึงกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของตน ว่า ได้มอบหมายให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที และ กสท ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มสหภาพแล้ว แต่ถ้ามีข้อสงสัยอะไรอีกก็พร้อมจะชี้แจงในทุกเวที

นายจุติให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังการประชุม ครม. ว่า นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เป็นประธานจัดทำแผนโครงข่ายบรอดแบรนด์แห่งชาติ เพื่อให้การบริการบรอดแบนด์เป็นหนึ่งในสาธารณูปโภคที่ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างหลากหลายและเท่าเทียมกัน โดยการจัดทำแผนโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติจะต้องมีการรวบรวมเครือข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เพื่อรวมกันเป็นโครงข่ายเดียว ไม่ว่าจะมีการประมูลใบอนุญาต 3 จี หรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อประ โยชน์ในการใช้เทคโนโลยีของประชาชนให้มีราคาถูกลง

“เทคโนโลยี 3 จี เป็นส่วนหนึ่งในแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ ซึ่งเห็นว่าการลงทุนรวบรวมโครงข่ายของรัฐบาลและให้เอกชนเป็นผู้เช่า โดยไม่ต้องลงทุนสร้างเครือข่ายเองเป็นสิ่งที่เอกชนต้องการ ขณะเดียวกันประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีได้รวดเร็วในราคาประหยัด”

ส่วนแนวคิดของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องการให้ยกระดับสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 2 จี ขึ้นเป็น 3 จี ด้วยการขยายเวลาสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายเดิม นายจุติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และจะหารือกับ  นายกรณ์ในเรื่องนี้

“ผมเชื่อว่าการยกระดับ 2 จี เป็น 3 จี เอกชนจะสนับสนุนแน่นอน เพราะเอกชน ไม่ต้องลงทุนมาก เพียงแค่ลงทุนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มขึ้นบางส่วน ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมดเหมือน   3 จี เสาอากาศต้นละ 5-7 ล้านบาท   แต่รัฐก็มีอยู่แล้ว เขาสามารถมาเช่าใช้ได้เลย และปัจจุบันเอกชนก็มีการทดลองทำระบบ 3 จี กันมา 2 ปี แล้ว เพียงแต่ยังทำได้แค่ในส่วนกลาง ยังไม่สามารถกระจายไปต่างจังหวัด หากดำเนินการตามนี้ทุกฝ่ายก็จะได้ประโยชน์ เอกชนไม่ต้องลงทุนเยอะ รัฐบาลได้ประโยชน์จากค่าเช่าใช้ระบบโครงข่าย ประชาชนก็จะมี 3 จี ใช้กันเร็วขึ้น”นายจุติกล่าว

ทางด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานทางเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรมช.คลัง กล่าวว่า ตามที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ระบุว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาให้ กสท. และ ทีโอทียกระดับสัมปทานมือถือระบบ 2 จี ไปให้บริการ 3 จี ด้วยการขยายเวลาสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายเดิมออกไปอีก หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการประมูลใบอนุญาต 3จี ตนอยากให้ศึกษารายละเอียดก่อนที่จะออกมาแถลง เพราะการจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทำได้ ด้วยเหตุผลทั้งทางด้านกฏหมายและด้านเทคนิค โดยด้านกฏหมายในเมื่อ กทช. ไม่สามารถดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ได้ กทช.ก็ยิ่งไม่น่าจะมีสิทธิในการขยายเวลาการให้สัมปทานเดิมโดยไม่มีการประมูลได้ เสี่ยงขัดต่อกฎหมายมาก และการที่ กทช.ให้ใบอนุญาต 3 จี แก่ทีโอทีไปแล้ว โดยที่ทีโอทีได้ซื้อส่วนของ กสท. ในคลื่น 3 จีนั้นก็ไม่แน่ว่าจะต้องถูกยกเลิกหรือไม่บนพื้นฐานของกฏหมายเดียวกัน

นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับด้านเทคนิค เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการกับผู้ใช้มือถือในส่วนของ 2 จี มีเป็นจำนวนมาก การที่จะไปอัพเกรดจาก 2 จี เป็น  3 จี จะทำให้การบริการ 2 จี ต้องสะดุดลง ซึ่งไม่น่าจะทำได้ อีกทั้งเมื่อการขยายสัมปทานไม่สามารถจะทำได้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีผู้ให้บริการรายใดกล้าที่จะดำเนินการ เพราะรายได้จากการให้บริการในระยะเวลาที่เหลือของสัมปทานจะไม่คุ้มทุน  ด้วยเหตุผลดังกล่าวการอัพเกรด 2 จี เป็น 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมไม่น่าจะทำได้

ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือความพยายามทำความเข้าใจและขอความเห็นใจจากศาลปกครอง ให้เห็นแก่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของประเทศ และอนุญาตให้เปิดประมูลคลื่น 3 จีโดยเร็ว ทั้งนี้เป็นที่น่าเสียใจว่าก่อนที่จะมีการปฏิวัติ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการสื่อสาร แต่เพียงไม่กี่ปีกลับล้าหลังไปมาก

ที่มา: www.prachachat.net

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/130769