เกมกลสองหน้า ไพ่ 3G

Home / Mobile & Tablet / เกมกลสองหน้า ไพ่ 3G
การเดินเรื่องของทีโอทีเพื่อเตรียมฟ้องกทช.ต่อศาลปกครองกลาง หลังจากกรณีของกสท โทรคมนาคมที่ฟ้องไปก่อนหน้า  และศาลได้ไต่สวนทั้งสองฝ่ายเแล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่งในทันที สร้างแรงกดดันในช่วงสองวันทำการสุดท้าย และคาบเกี่ยวกับหมายสำรวจสถานที่ประมูล3G!!!
ขณะที่วงการระบุว่า รัฐอาจกำลังเล่นสองบทบาท!! ด้านหนึ่งหนุนผู้บริหารหน่วยงานฟ้อง กทช. อีกด้านหนึ่งประกาศว่าต้องการให้ประมูลโดยเร็ว  ข้อสังเกตนี้อาจขัดกับบุคลิกของรมว.จุติไกรฤกษ์  ที่ดูเปิดเผย  จริงใจ  แต่ของแบบนี้  อะไรก็เกิดขึ้นได้ในกอไผ่…
แม้การไต่สวนมูลฟ้องจะได้เกิดขึ้นและผ่านไปเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้เรียกและไต่สวนไปเรียบร้อยแล้วกับผู้เกี่ยวข้องในคดี ที่กสท.ได้ยื่นคำฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประกาศของ กทช.  เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่  IMT ย่าน  2.1 GHz หรือ 3G
กสทในฐานะผู้ฟ้องคดี  ได้ให้ กจญ.จิรายุทธ รุ่งศรีทองและสถาพร เอียดใหญ่ ผู้จัดการฝ่ายคดีเข้าร่วมให้ถ้อยคำต่อศาลในประเด็นเกี่ยวกับคำขอคุ้มครองชั่วคราว  ส่วนในฝ่าย กทช.ได้ส่งดร. นที ศุกลรัตน์ และรศ.สุธรรม อยู่ในธรรมเข้าร่วมชี้แจง ขณะที่กรรมการ กทช.คนอื่นรวมทั้งประธานกทช.เข้ามาร่วมฟังการชี้แจงเท่านั้น
อย่างไรก็ตามหลังจากการไต่สวนได้ผ่านพ้นไปกว่าสองชั่วโมง ศาลปกครองกลางก็ได้เสร็จการไต่สวนคู่ความกรณีทั้งสองฝ่าย แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งตัดสินออกมาในวันที่ 15 ก.ย.ทันที (แต่มีคำสั่งออกมาในเย็นวันที่ 16 ก.ย.ตามล้อมกรอบ)
จิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า เขารับทราบว่าผู้บริหารทีโอที จะยื่นฟ้องศาลปกครองในกรณีเดียวกันภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะหน่วยงานทั้งสองได้รับความเสียหายจาก
ร่างประกาศของ กทช. และกทช. อาจดำเนินการประมูลไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงต้องปกป้องตัวเอง เขากล่าวด้วยว่า  ประเด็นที่ กสท ชี้แจง คือ กทช.ไม่มีอำนาจการจัดสรรคลื่นความถี่ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น กับ กสท หากเกิดการประมูลใบอนุญาต 3G ทั้งในแง่รายได้ตามสัมปทานที่หายไป 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี การเลือกปฏิบัติ กสทฯไม่ได้รับการโอนทรัพย์สินตามสัมปทาน ความเสียหายจากการใช้โครงข่ายร่วม และการเสียโอกาสทางธุรกิจ
นอกจากนี้ กสทฯยังชี้แจงต่อศาลหากปล่อยให้เกิดการประมูลใบอนุญาต 3G ต่อไป หากมาพิจารณาภายหลังแล้วพบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะเกิดความเสียหายกับเอกชนที่เข้าประมูล ใช้เงินลงทุนใบอนุญาตไม่ต่ำกว่า 1.28 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังต้องลงทุนโครงข่ายอีกหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่ประชาชน ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนเครื่องจากเครือข่าย 2G เป็น 3G ด้วย
สุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการกทช.กล่าวว่า กทช.ได้ชี้แจงต่อข้อถามของศาล กรณีอำนาจออกใบอนุญาต เคยได้สอบ ถามหน่วยงานใดก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่ง กทช.ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้สอบถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วซึ่งยืนยันว่า กทช.มีอำนาจ รวมถึงการเปิดประมูลก็ทำประชาพิจารณ์ผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการประมูลใบอนุญาตที่โปร่งใส
พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ เปิดเผยว่า กทช.พร้อมปฏิบัติคำสั่งศาล โดยหากสั่งคุ้มครองไม่ให้มีการประมูล 3G กทช.ก็จะล้มเลิกการประมูลที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.นี้ ที่ โรงแรมเอวาซอน หัวหิน แต่หากคำสั่งศาลออกมาภายหลังการประมูลเสร็จสิ้นจะถือว่าการประมูล 3Gได้สมบูรณ์แล้ว
พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า การประมูล 3G ถือว่ามีสาธารณะเป็นผู้สนับสนุน เพราะต่างต้องการให้ประเทศไทยมีโครงข่ายโทรศัพท์ 3G  ถือว่าประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งต่างจากกรณีอื่นๆ เช่น การแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น ประชาชนมีความสงสัย ว่าจะมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในประเทศ จึงมีการฟ้องร้อง และยกเลิกการแปรรูปไป
แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีทีโอทีจะยื่นฟ้องตามหลังกสท.นั้น ประเด็นที่ทีโอทีจะยื่นฟ้องประเด็นแรก ได้แก่ ประกาศร่างหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ หรือใบอนุญาต 3G  เอื้อประโยชน์เอกชน และทำให้รัฐเสียหาย เพราะการประมูลครั้งนี้ ผู้ผ่านเข้าสู่การประมูลคือ บริษัทลูกของผู้รับสัมปทานทั้งสิ้น แต่กทช.ก็ไม่ได้นำ พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของภาครัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 หรือ   พ.ร.บ.ร่วมทุน  2535
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตทำแผนคลื่นความถี่ 2G  ภายใน 45 วัน ที่ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการคืนในหัวเมืองใหญ่ก่อน เพื่อให้การใช้งานคลื่นบอด เพราะ กทช.ได้กำหนดห้าม 2Gโรมมิ่งกับ 3G ด้วย ส่งผลให้ผู้ใช้งาน 2G บริเวณที่ถูกคืนคลื่นไม่สามารถใช้โทรศัพท์ 2Gได้ ถือเป็นการบีบบังคับให้ใช้ 3G ทันที รัฐจะเสียประโยชน์หลักแสนล้านบาทและโครงข่ายที่มีอยู่ก็จะเป็นเพียงซากนำไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ประการที่สอง ร่างฯดังกล่าวถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 305 ที่มีคำสั่งคุ้มครองสัญญาสัมปทานให้คงอยู่จนกว่าจะหมดอายุสัญญา เพราะข้อบังคับของกทช.ที่กล่าวมาขั้นต้น เป็นการบังคับสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ให้บริการลงทุนขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ที่เชื่อว่าผู้ให้บริการต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด  อย่างไรก็ตาม ทีโอที ยังรอดูการวินิจฉัยของศาล ในกรณีบริษัท กสท โทรคมนาคม ยื่นฟ้องด้วย
ประเสริฐ อภิปุญญารองเลขาธิการกทช. กล่าวว่า กทช.เดินหน้าในกระบวนการเพื่อเตรียมงานประมูลอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดพักเพื่อรอแต่อย่างใด โดยในวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาได้มีการเรียกตัวแทนผู้เข้าร่วมประมูล 3G license ซักซ้อมความเข้าใจในการใช้งานระบบ auction software และการเข้ารหัสต่างๆ รวมทั้งการทดสอบการประมูลซักซ้อม(mock  auction)  อีกรอบหนึ่ง หลังจากได้จัดให้ทดลองไปแล้วหลายครั้ง
นอกจากนี้ในวันที่ 16-17 กันยายน ก็ได้นำสื่อมวลชนและพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เดินทางไปที่Evason resort อำเภอหัวหิน สถานทีประมูล3G license เพื่อให้ตรวจสอบและดูสถานที่จริง ก่อนการประมูลที่ได้กำหนดจัดงานวันที่ 20-26 ก.ย.นี้
โสภณ ยาเอก รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ทีโอที กล่าวว่า ผู้บริหารทีโอทีจะดำเนินการร้องต่อศาลปกครองกลางเช่นเดียวกัน โดยจะร้องเพื่อขอให้ศาลมี คำสั่งเพิกถอนการประกาศของ กทช.  เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz หรือ 3G และขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อยุติการประมูล3G license ออกไป  เนื่องจากเห็นว่า กทช. ไม่มีอำนาจหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งนี้เป็นการฟ้องโดยฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่ได้เป็นมติของคณะกรรมการบริษัททีโอทีเช่นเดียวกัน
“ สำนวนฟ้องในวันที่ศาลกำลังไต่สวน กสท อยู่นั้นอยู่ระหว่างการให้อัยการ ซึ่งเป็นตัวแทนในบอร์ดพิจารณาอยู่ เพื่อดูความถูกต้อง  ทำให้ใช้เวลาไปบ้าง ในขณะที่บอร์ดไม่พิจารณาเพื่อเป็นมติของบอร์ดในการฟ้องครั้งนี้”
ด้าน ดร. ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบอร์ดทีโอที กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายบริหารทีโอทีมีอิสระในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้เอง อยู่ที่ดุลยพินิจ อย่างไรก็ตามในส่วนของบอร์ด ไม่ต้องการมีภาพของความขัดแย้งกับกทช.ในฐานะหน่วยงานราชการด้วยกัน
ก่อนหน้านี้ รมว.ไอซีที จุติ ไกรฤกษ์ ได้ให้ความเห็นว่า การดำเนินการของทีโอทีควรดำเนินการอย่างรอบคอบและศึกษาข้อกฎหมายและหาเหตุผลที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้การฟ้องร้องมีปัญหาตามมาเหมือนกรณี กสท อีกทั้งปัจจุบัน TOT มี 3Gให้บริการ ดังนั้น ต้องมีเหตุผลว่าทำไมไม่ต้องการให้ กทช. จัดเตรียมการประมูล 3G  นอกจากนี้รมว.ไอซีที ยังได้คาดการก่อนหน้านี้ด้วยว่า การประมูล 3G license ในวันที่ 20 กันยายน จะมีขึ้นแน่นอน
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ขยายความเรื่องทั้งหมดว่า “รัฐ”อาจกำลังอยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  และเลยดูเหมือนเป็นการเล่นสองบทบาทในโครงการประมูล3G  license เพราะแม้ตัวแทนรัฐหรือกระทรวงไอซีที จนถึงนายกรัฐมนตรี จะออกมาประกาศยืนยันสนับสนุนการประมูล  3G  license หรือต้องการให้เกิดการประมูลมีขึ้นอย่างรวดเร็ว และประกาศว่าไม่มีนโยบายสนับสนุนให้ทีโอที กสท ดำเนินการร้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ว่ากทช”ไม่มีอำนาจ และเพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราวให้ยุติประมูล 3G  license ออกไปก่อน
แต่ก็ดูเหมือนว่า  “รัฐ”  จะไม่ได้มี “ไม้แข็ง”  อะไรกับทั้ง ทศท.และ กสท
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลชุดนี้ได้พูดออกมาตลอดเวลาว่า ต้องการให้มีความชัดเจนในเรื่องการจัดการสัมปทานมือถือที่มีความเหลื่อมล้ำ ให้เกิดแนวโน้มที่นำไปสู่การแข่งขันเท่าเทียม  fair competition  และการสร้างภาพที่ชัดเจนในฐานะการทำรายได้ของทีโอที กสท โทรคมนาคม ในอนาคตก่อน ที่จะมีการเปิดประมูล 3G
อย่างไรก็ตามความพยายามของรมว.คลัง และไอซีที ที่จะให้เกิด  fair competition  ด้วยการยุติสัมปทาน 2G เพื่อไปสู่การให้ไลเซนส์ใหม่  ในความถี่เดิมในชื่อเรียกว่า” K2 project” ก็ติดปัญหามากมายและไม่คืบหน้า เช่นเดียวกับการหารายได้ที่ต่อเนื่องให้กับทีโอที กสท หากมี  3G license ออกมาบริษัทมือถือในสัมปทานเดิม และมีการย้ายฐานลูกค้าออกไปบริษัทใหม่ โดยไม่ต้องส่ง  revenue sharing ให้หน่วยงานรัฐ ก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
“รัฐจำเป็นต้องเล่นสองบทบาท เพราะหากออกมาค้านการประมูลเองในตอนนี้ ภาพคะแนนจะตกทันที เพราะการเตรียมประมูลเดินมาไกลแล้ว และกทช.ได้สร้าง demand ในสังคมผ่าน  social network  และเยาวชนมากมายในงาน 3G Human D.N.A เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้รัฐไม่สามารถเสี่ยงออกตัวว่าคัดค้านต่อหน้าได้”
แหล่งข่าวผู้นี้ สรุปว่า รัฐหรือใครก็ตามในแวดวงการเมือง คงไม่ต้องการเห็นหน่วยงานทั้งสองนี้ ที่รู้กันมาตลอดว่ามีตัวแทนการเมืองและพ่อค้าหนุนหลังและดำเนินการบริหารจัดการผ่านบอร์ดนั้นอ่อนแอลง หรือมีสถานะที่ย่ำแย่อย่างรวดเร็ว เพราะนั่นหมายถึงผลประโยชน์ดอกผลที่จะสามารถเก็บเกี่ยวในองค์กรขนาดใหญ่เดิมที่สั่งสมกันมานาน เหือดแห้งลง และกลายเป็นหน้าใหม่ของบริหารเทคโนโลยี ที่เอกชนแข็งแกร่งขึ้น โดยมีกทช.องค์กรอิสระเป็นศูนย์กลางในการกำกับดูแล ซึ่งการที่เอกชนแข็งแกร่งขึ้นมั่นคงขึ้น ย่อมไม่ใช่ทางที่สามารถเก็บเกี่ยวดอกผลๆได้ง่ายดายเท่าหน่วยงานรัฐที่ยังแข็งแรงอยู่ เพราะสามารถเข้าแทรกแซงได้ง่ายดายกว่ามาก
ยกคำร้องกรณี TOT ฟ้อง interconnection charge
เมื่อ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา เช่นกัน ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีที่ ทีโอทียื่นฟ้อง กทช. เมื่อต้นปี 50 กรณีออกประกาศ ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อ  interconnection regulation  โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งศาลฯ เห็นว่าประกาศ กทช. ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย
“ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ลงวันที่ 18 เมษายน 2549 จึงเป็นกฎที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่ต้องเพิกถอน พิพากษายกฟ้อง” คำพิพากษาศาลฯ ระบุ
นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในคดีที่ บมจ.ทีโอที ยื่นฟ้อง กทช.กับพวกรวม 3 ราย กรณีมีคำสั่งชี้ขาดให้ทีโอทีเจรจาและทำสัญญา IC กับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(DTAC) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลฯ เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ คำพิพากษาส่วนหนึ่งของศาลฯ ระบุ”คำชี้ขาดข้อพิพาทของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่1/2550 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2550 เป็นคำชี้ขาดที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่แจ้งเตือนให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวพร้อมกำหนดค่าปรับทางปกครองจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามหนังสือลงวันที่ 18 มกราคม 2551 เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ 1/2551 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2551 ที่วินิจฉัยยืนตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องที่ 2 จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเช่นกัน ไม่มีเหตุที่ต้องเพิกถอน พิพากษายกฟ้อง”
เมื่อ รมว.ไอซีทีถูกถามว่า
“หากผมโดนฟ้อง  รัฐมนตรีจะรับผิดชอบผมได้ไหม?”
“CEO ของ กสท มาพบผม  เขาบอกว่าเขาจำเป็นต้องทำ  ทั้งที่ไม่อยากทำ  เขาต้องปกป้ององค์กรเขา  เพราะว่าถ้ากทช.ประมูลออกมา  และมีเอกชนมาดำเนินการ 3 G กสท.จะเสียประโยชน์ 1.5 หมื่นล้านบาท
ก็ต้องยอมรับว่า  เขาไม่ต้องขออนุญาตอะไรผมครับ  คือรัฐมนตรีกำกับแผนการลงทุน  รายได้ที่จะส่งรัฐ  และนโยบายทั่วไป  เช่นจะทำบรอดแบนด์หรือไม่
ส่วนประเด็นที่เขาฟ้อง กทช.เนี่ย  ก็อย่างที่รู้กันว่าเขาอ้างว่าเขาได้รับผลกระทบ  ซึ่งผมก็ได้แต่สงสัยในใจว่า  ถ้าเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ  เขาก็น่าจะคิดตั้งนานแล้ว  กทช.ไม่ได้เพิ่งประกาศเมื่อวานซืนว่าจะประมูล 3 G
ส่วน ทศท.ไม่ได้มาบอกอะไร ผมทราบจากหนังสือพิมพ์ว่าเขาก็จะฟ้อง  ผมก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “งานเข้าอีกแล้ว”  ที่จริงตอนที่ CAT ฟ้องน่ะ  ผมก็เรียก CEO ของ TOT เข้ามาพร้อมฝ่ายกฎหมายเขานะ  ถามเขาว่า  TOT มีจุดยืนของตัวเองว่าอย่างไร  มี scenario อย่างไร ฝ่ายกฎหมายเขาตอบว่าเขายังไม่ได้ศึกษา  เขายังไม่รู้เลย  ผมบอกกับเขาไปเลยว่า  “คุณห่วยมาก”  ผมก็ได้แต่บอกเขาว่า  ถ้าคุณคิดจะฟ้องเขาคุณต้องศึกษาให้ดีว่าคุณมีสิทธิ์ฟ้องเขาหรือเปล่า
ถ้าถามผม  ผมก็บอกว่า  ผมก็คิดเหมือนท่านนายกรัฐมนตรี  คือไม่ควรไปฟ้องใดๆทั้งสิ้น  ควรปล่อยให้ กทช.เขาประมูลไป จะได้เห็น 3G เกิดอย่างจริงจังเสียที  แต่เมื่อเขาอ้างว่าเขาต้องฟ้อง  เพราะไม่งั้นเขาเสียหาย  ผมก็ไปห้ามเขาไม่ได้
อย่าง CEO ของ กสท. เนี่ยถามผมว่า  ถ้าเขาไม่ฟ้อง  และเกิดความเสียหายต่อองค์กร  แล้วเขาถูกฟ้องฐานละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่เนี่ย  รัฐมนตรีจะรับผิดชอบเขาได้ไหม
เรื่องนี้ผมไม่สบายใจหรอกครับ  เพราะคนจะคิดว่าผมสั่งให้เขาฟ้อง  เพราะผมควรจะกำกับเขาได้  แต่ความจริงเรื่องนี้….ไม่ใช่เลย”
ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ได้ส่งโทรสาร (แฟกซ์) คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ยุติการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G
ของ กทช.โดยระบุว่า ร่างกฎหมาย กสทช. ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว และยังได้ผ่านการพิจารณาแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วมแล้ว กำลังจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ดังนั้น จะเป็นอุปสรรคในการทำงานขององค์กร กสทช.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีเหตุที่จะออกมาตรการหรือคุ้มครองชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ โดยให้กทช.ยุติการใช้ประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 3จี ออกไปก่อน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ขณะที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว กทช.ได้พาสื่อมวลชนกว่า 100 คนเดินทางไปยังโรงแรมเอวาซอน หัวหิน แอนด์ ซิกเซ้นส์ สปา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประมูล ในขณะที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สื่อมวลชนอยู่ระหว่างพักรับประทานอาหารเย็นที่ร้านใกล้โรงแรม ตามกำหนดเดิม กรรมการ กทช.จะมาทานข้าวด้วย แต่ปรากฎว่า ไม่มี กทช.มาร่วมด้วยแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลา 20.15 น. กทช.ได้แจ้งว่า พ.อ.นที สุกลรัตน์ กรรมการ กทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3G จะมีการแถลงข่าวด่วน
พ.อ.นที เปิดเผยว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการ แต่รับทราบแล้วว่า ศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว ให้กทช.ชะลอประมูล 3G  จนกว่าจะมี กสทช. ทั้งนี้ กทช.เตรียมยื่นอุทธรณ์ฉุกเฉินต่อศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 17 กันยายน โดยจะรอคำสั่งถึงวันที่ 20 กันยายน ก่อนที่จะมีการประมูลในเวลา 09.00 น. หากไม่มีคำสั่ง ก็คงต้องยุติการประมูล

การเดินเรื่องของทีโอทีเพื่อเตรียมฟ้องกทช.ต่อศาลปกครองกลาง หลังจากกรณีของกสท โทรคมนาคมที่ฟ้องไปก่อนหน้า  และศาลได้ไต่สวนทั้งสองฝ่ายเแล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่งในทันที สร้างแรงกดดันในช่วงสองวันทำการสุดท้าย และคาบเกี่ยวกับหมายสำรวจสถานที่ประมูล3G!!!

ขณะที่วงการระบุว่า รัฐอาจกำลังเล่นสองบทบาท!! ด้านหนึ่งหนุนผู้บริหารหน่วยงานฟ้อง กทช. อีกด้านหนึ่งประกาศว่าต้องการให้ประมูลโดยเร็ว  ข้อสังเกตนี้อาจขัดกับบุคลิกของรมว.จุติไกรฤกษ์  ที่ดูเปิดเผย  จริงใจ  แต่ของแบบนี้  อะไรก็เกิดขึ้นได้ในกอไผ่…

แม้การไต่สวนมูลฟ้องจะได้เกิดขึ้นและผ่านไปเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้เรียกและไต่สวนไปเรียบร้อยแล้วกับผู้เกี่ยวข้องในคดี ที่กสท.ได้ยื่นคำฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประกาศของ กทช.  เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่  IMT ย่าน  2.1 GHz หรือ 3G

กสทในฐานะผู้ฟ้องคดี  ได้ให้ กจญ.จิรายุทธ รุ่งศรีทองและสถาพร เอียดใหญ่ ผู้จัดการฝ่ายคดีเข้าร่วมให้ถ้อยคำต่อศาลในประเด็นเกี่ยวกับคำขอคุ้มครองชั่วคราว  ส่วนในฝ่าย กทช.ได้ส่งดร. นที ศุกลรัตน์ และรศ.สุธรรม อยู่ในธรรมเข้าร่วมชี้แจง ขณะที่กรรมการ กทช.คนอื่นรวมทั้งประธานกทช.เข้ามาร่วมฟังการชี้แจงเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากการไต่สวนได้ผ่านพ้นไปกว่าสองชั่วโมง ศาลปกครองกลางก็ได้เสร็จการไต่สวนคู่ความกรณีทั้งสองฝ่าย แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งตัดสินออกมาในวันที่ 15 ก.ย.ทันที (แต่มีคำสั่งออกมาในเย็นวันที่ 16 ก.ย.ตามล้อมกรอบ)

จิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า เขารับทราบว่าผู้บริหารทีโอที จะยื่นฟ้องศาลปกครองในกรณีเดียวกันภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะหน่วยงานทั้งสองได้รับความเสียหายจากร่างประกาศของ กทช. และกทช. อาจดำเนินการประมูลไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงต้องปกป้องตัวเอง เขากล่าวด้วยว่า  ประเด็นที่ กสท ชี้แจง คือ กทช.ไม่มีอำนาจการจัดสรรคลื่นความถี่ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น กับ กสท หากเกิดการประมูลใบอนุญาต 3G ทั้งในแง่รายได้ตามสัมปทานที่หายไป 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี การเลือกปฏิบัติ กสทฯไม่ได้รับการโอนทรัพย์สินตามสัมปทาน ความเสียหายจากการใช้โครงข่ายร่วม และการเสียโอกาสทางธุรกิจ

นอกจากนี้ กสทฯยังชี้แจงต่อศาลหากปล่อยให้เกิดการประมูลใบอนุญาต 3G ต่อไป หากมาพิจารณาภายหลังแล้วพบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะเกิดความเสียหายกับเอกชนที่เข้าประมูล ใช้เงินลงทุนใบอนุญาตไม่ต่ำกว่า 1.28 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังต้องลงทุนโครงข่ายอีกหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่ประชาชน ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนเครื่องจากเครือข่าย 2G เป็น 3G ด้วย

สุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการกทช.กล่าวว่า กทช.ได้ชี้แจงต่อข้อถามของศาล กรณีอำนาจออกใบอนุญาต เคยได้สอบ ถามหน่วยงานใดก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่ง กทช.ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้สอบถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วซึ่งยืนยันว่า กทช.มีอำนาจ รวมถึงการเปิดประมูลก็ทำประชาพิจารณ์ผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการประมูลใบอนุญาตที่โปร่งใส

พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ เปิดเผยว่า กทช.พร้อมปฏิบัติคำสั่งศาล โดยหากสั่งคุ้มครองไม่ให้มีการประมูล 3G กทช.ก็จะล้มเลิกการประมูลที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.นี้ ที่ โรงแรมเอวาซอน หัวหิน แต่หากคำสั่งศาลออกมาภายหลังการประมูลเสร็จสิ้นจะถือว่าการประมูล 3Gได้สมบูรณ์แล้ว

พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า การประมูล 3G ถือว่ามีสาธารณะเป็นผู้สนับสนุน เพราะต่างต้องการให้ประเทศไทยมีโครงข่ายโทรศัพท์ 3G  ถือว่าประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งต่างจากกรณีอื่นๆ เช่น การแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น ประชาชนมีความสงสัย ว่าจะมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในประเทศ จึงมีการฟ้องร้อง และยกเลิกการแปรรูปไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีทีโอทีจะยื่นฟ้องตามหลังกสท.นั้น ประเด็นที่ทีโอทีจะยื่นฟ้องประเด็นแรก ได้แก่ ประกาศร่างหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ หรือใบอนุญาต 3G  เอื้อประโยชน์เอกชน และทำให้รัฐเสียหาย เพราะการประมูลครั้งนี้ ผู้ผ่านเข้าสู่การประมูลคือ บริษัทลูกของผู้รับสัมปทานทั้งสิ้น แต่กทช.ก็ไม่ได้นำ พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของภาครัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 หรือ   พ.ร.บ.ร่วมทุน  2535

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตทำแผนคลื่นความถี่ 2G  ภายใน 45 วัน ที่ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการคืนในหัวเมืองใหญ่ก่อน เพื่อให้การใช้งานคลื่นบอด เพราะ กทช.ได้กำหนดห้าม 2Gโรมมิ่งกับ 3G ด้วย ส่งผลให้ผู้ใช้งาน 2G บริเวณที่ถูกคืนคลื่นไม่สามารถใช้โทรศัพท์ 2Gได้ ถือเป็นการบีบบังคับให้ใช้ 3G ทันที รัฐจะเสียประโยชน์หลักแสนล้านบาทและโครงข่ายที่มีอยู่ก็จะเป็นเพียงซากนำไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ประการที่สอง ร่างฯดังกล่าวถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 305 ที่มีคำสั่งคุ้มครองสัญญาสัมปทานให้คงอยู่จนกว่าจะหมดอายุสัญญา เพราะข้อบังคับของกทช.ที่กล่าวมาขั้นต้น เป็นการบังคับสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ให้บริการลงทุนขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ที่เชื่อว่าผู้ให้บริการต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด  อย่างไรก็ตาม ทีโอที ยังรอดูการวินิจฉัยของศาล ในกรณีบริษัท กสท โทรคมนาคม ยื่นฟ้องด้วย

ประเสริฐ อภิปุญญารองเลขาธิการกทช. กล่าวว่า กทช.เดินหน้าในกระบวนการเพื่อเตรียมงานประมูลอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดพักเพื่อรอแต่อย่างใด โดยในวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาได้มีการเรียกตัวแทนผู้เข้าร่วมประมูล 3G license ซักซ้อมความเข้าใจในการใช้งานระบบ auction software และการเข้ารหัสต่างๆ รวมทั้งการทดสอบการประมูลซักซ้อม(mock  auction)  อีกรอบหนึ่ง หลังจากได้จัดให้ทดลองไปแล้วหลายครั้ง

นอกจากนี้ในวันที่ 16-17 กันยายน ก็ได้นำสื่อมวลชนและพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เดินทางไปที่Evason resort อำเภอหัวหิน สถานทีประมูล3G license เพื่อให้ตรวจสอบและดูสถานที่จริง ก่อนการประมูลที่ได้กำหนดจัดงานวันที่ 20-26 ก.ย.นี้

โสภณ ยาเอก รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ทีโอที กล่าวว่า ผู้บริหารทีโอทีจะดำเนินการร้องต่อศาลปกครองกลางเช่นเดียวกัน โดยจะร้องเพื่อขอให้ศาลมี คำสั่งเพิกถอนการประกาศของ กทช.  เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz หรือ 3G และขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อยุติการประมูล3G license ออกไป  เนื่องจากเห็นว่า กทช. ไม่มีอำนาจหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งนี้เป็นการฟ้องโดยฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่ได้เป็นมติของคณะกรรมการบริษัททีโอทีเช่นเดียวกัน

“ สำนวนฟ้องในวันที่ศาลกำลังไต่สวน กสท อยู่นั้นอยู่ระหว่างการให้อัยการ ซึ่งเป็นตัวแทนในบอร์ดพิจารณาอยู่ เพื่อดูความถูกต้อง  ทำให้ใช้เวลาไปบ้าง ในขณะที่บอร์ดไม่พิจารณาเพื่อเป็นมติของบอร์ดในการฟ้องครั้งนี้”

ด้าน ดร. ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบอร์ดทีโอที กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายบริหารทีโอทีมีอิสระในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้เอง อยู่ที่ดุลยพินิจ อย่างไรก็ตามในส่วนของบอร์ด ไม่ต้องการมีภาพของความขัดแย้งกับกทช.ในฐานะหน่วยงานราชการด้วยกัน

ก่อนหน้านี้ รมว.ไอซีที จุติ ไกรฤกษ์ ได้ให้ความเห็นว่า การดำเนินการของทีโอทีควรดำเนินการอย่างรอบคอบและศึกษาข้อกฎหมายและหาเหตุผลที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้การฟ้องร้องมีปัญหาตามมาเหมือนกรณี กสท อีกทั้งปัจจุบัน TOT มี 3Gให้บริการ ดังนั้น ต้องมีเหตุผลว่าทำไมไม่ต้องการให้ กทช. จัดเตรียมการประมูล 3G  นอกจากนี้รมว.ไอซีที ยังได้คาดการก่อนหน้านี้ด้วยว่า การประมูล 3G license ในวันที่ 20 กันยายน จะมีขึ้นแน่นอน

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ขยายความเรื่องทั้งหมดว่า “รัฐ”อาจกำลังอยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  และเลยดูเหมือนเป็นการเล่นสองบทบาทในโครงการประมูล3G  license เพราะแม้ตัวแทนรัฐหรือกระทรวงไอซีที จนถึงนายกรัฐมนตรี จะออกมาประกาศยืนยันสนับสนุนการประมูล  3G  license หรือต้องการให้เกิดการประมูลมีขึ้นอย่างรวดเร็ว และประกาศว่าไม่มีนโยบายสนับสนุนให้ทีโอที กสท ดำเนินการร้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ว่ากทช”ไม่มีอำนาจ และเพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราวให้ยุติประมูล 3G  license ออกไปก่อน

แต่ก็ดูเหมือนว่า  “รัฐ”  จะไม่ได้มี “ไม้แข็ง”  อะไรกับทั้ง ทศท.และ กสท

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลชุดนี้ได้พูดออกมาตลอดเวลาว่า ต้องการให้มีความชัดเจนในเรื่องการจัดการสัมปทานมือถือที่มีความเหลื่อมล้ำ ให้เกิดแนวโน้มที่นำไปสู่การแข่งขันเท่าเทียม  fair competition  และการสร้างภาพที่ชัดเจนในฐานะการทำรายได้ของทีโอที กสท โทรคมนาคม ในอนาคตก่อน ที่จะมีการเปิดประมูล 3G

อย่างไรก็ตามความพยายามของรมว.คลัง และไอซีที ที่จะให้เกิด  fair competition  ด้วยการยุติสัมปทาน 2G เพื่อไปสู่การให้ไลเซนส์ใหม่  ในความถี่เดิมในชื่อเรียกว่า” K2 project” ก็ติดปัญหามากมายและไม่คืบหน้า เช่นเดียวกับการหารายได้ที่ต่อเนื่องให้กับทีโอที กสท หากมี  3G license ออกมาบริษัทมือถือในสัมปทานเดิม และมีการย้ายฐานลูกค้าออกไปบริษัทใหม่ โดยไม่ต้องส่ง  revenue sharing ให้หน่วยงานรัฐ ก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

“รัฐจำเป็นต้องเล่นสองบทบาท เพราะหากออกมาค้านการประมูลเองในตอนนี้ ภาพคะแนนจะตกทันที เพราะการเตรียมประมูลเดินมาไกลแล้ว และกทช.ได้สร้าง demand ในสังคมผ่าน  social network  และเยาวชนมากมายในงาน 3G Human D.N.A เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้รัฐไม่สามารถเสี่ยงออกตัวว่าคัดค้านต่อหน้าได้”

แหล่งข่าวผู้นี้ สรุปว่า รัฐหรือใครก็ตามในแวดวงการเมือง คงไม่ต้องการเห็นหน่วยงานทั้งสองนี้ ที่รู้กันมาตลอดว่ามีตัวแทนการเมืองและพ่อค้าหนุนหลังและดำเนินการบริหารจัดการผ่านบอร์ดนั้นอ่อนแอลง หรือมีสถานะที่ย่ำแย่อย่างรวดเร็ว เพราะนั่นหมายถึงผลประโยชน์ดอกผลที่จะสามารถเก็บเกี่ยวในองค์กรขนาดใหญ่เดิมที่สั่งสมกันมานาน เหือดแห้งลง และกลายเป็นหน้าใหม่ของบริหารเทคโนโลยี ที่เอกชนแข็งแกร่งขึ้น โดยมีกทช.องค์กรอิสระเป็นศูนย์กลางในการกำกับดูแล ซึ่งการที่เอกชนแข็งแกร่งขึ้นมั่นคงขึ้น ย่อมไม่ใช่ทางที่สามารถเก็บเกี่ยวดอกผลๆได้ง่ายดายเท่าหน่วยงานรัฐที่ยังแข็งแรงอยู่ เพราะสามารถเข้าแทรกแซงได้ง่ายดายกว่ามาก

ยกคำร้องกรณี TOT ฟ้อง interconnection charge

เมื่อ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา เช่นกัน ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีที่ ทีโอทียื่นฟ้อง กทช. เมื่อต้นปี 50 กรณีออกประกาศ ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อ  interconnection regulation  โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งศาลฯ เห็นว่าประกาศ กทช. ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย

“ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ลงวันที่ 18 เมษายน 2549 จึงเป็นกฎที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่ต้องเพิกถอน พิพากษายกฟ้อง” คำพิพากษาศาลฯ ระบุ

นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในคดีที่ บมจ.ทีโอที ยื่นฟ้อง กทช.กับพวกรวม 3 ราย กรณีมีคำสั่งชี้ขาดให้ทีโอทีเจรจาและทำสัญญา IC กับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(DTAC) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลฯ เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ คำพิพากษาส่วนหนึ่งของศาลฯ ระบุ”คำชี้ขาดข้อพิพาทของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่1/2550 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2550 เป็นคำชี้ขาดที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่แจ้งเตือนให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวพร้อมกำหนดค่าปรับทางปกครองจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามหนังสือลงวันที่ 18 มกราคม 2551 เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ 1/2551 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2551 ที่วินิจฉัยยืนตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องที่ 2 จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเช่นกัน ไม่มีเหตุที่ต้องเพิกถอน พิพากษายกฟ้อง”

เมื่อ รมว.ไอซีทีถูกถามว่า

“หากผมโดนฟ้อง  รัฐมนตรีจะรับผิดชอบผมได้ไหม?”

“CEO ของ กสท มาพบผม  เขาบอกว่าเขาจำเป็นต้องทำ  ทั้งที่ไม่อยากทำ  เขาต้องปกป้ององค์กรเขา  เพราะว่าถ้ากทช.ประมูลออกมา  และมีเอกชนมาดำเนินการ 3 G กสท.จะเสียประโยชน์ 1.5 หมื่นล้านบาท

ก็ต้องยอมรับว่า  เขาไม่ต้องขออนุญาตอะไรผมครับ  คือรัฐมนตรีกำกับแผนการลงทุน  รายได้ที่จะส่งรัฐ  และนโยบายทั่วไป  เช่นจะทำบรอดแบนด์หรือไม่

ส่วนประเด็นที่เขาฟ้อง กทช.เนี่ย  ก็อย่างที่รู้กันว่าเขาอ้างว่าเขาได้รับผลกระทบ  ซึ่งผมก็ได้แต่สงสัยในใจว่า  ถ้าเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ  เขาก็น่าจะคิดตั้งนานแล้ว  กทช.ไม่ได้เพิ่งประกาศเมื่อวานซืนว่าจะประมูล 3 G

ส่วน ทศท.ไม่ได้มาบอกอะไร ผมทราบจากหนังสือพิมพ์ว่าเขาก็จะฟ้อง  ผมก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “งานเข้าอีกแล้ว”  ที่จริงตอนที่ CAT ฟ้องน่ะ  ผมก็เรียก CEO ของ TOT เข้ามาพร้อมฝ่ายกฎหมายเขานะ  ถามเขาว่า  TOT มีจุดยืนของตัวเองว่าอย่างไร  มี scenario อย่างไร ฝ่ายกฎหมายเขาตอบว่าเขายังไม่ได้ศึกษา  เขายังไม่รู้เลย  ผมบอกกับเขาไปเลยว่า  “คุณห่วยมาก”  ผมก็ได้แต่บอกเขาว่า  ถ้าคุณคิดจะฟ้องเขาคุณต้องศึกษาให้ดีว่าคุณมีสิทธิ์ฟ้องเขาหรือเปล่า

ถ้าถามผม  ผมก็บอกว่า  ผมก็คิดเหมือนท่านนายกรัฐมนตรี  คือไม่ควรไปฟ้องใดๆทั้งสิ้น  ควรปล่อยให้ กทช.เขาประมูลไป จะได้เห็น 3G เกิดอย่างจริงจังเสียที  แต่เมื่อเขาอ้างว่าเขาต้องฟ้อง  เพราะไม่งั้นเขาเสียหาย  ผมก็ไปห้ามเขาไม่ได้

อย่าง CEO ของ กสท. เนี่ยถามผมว่า  ถ้าเขาไม่ฟ้อง  และเกิดความเสียหายต่อองค์กร  แล้วเขาถูกฟ้องฐานละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่เนี่ย  รัฐมนตรีจะรับผิดชอบเขาได้ไหม

เรื่องนี้ผมไม่สบายใจหรอกครับ  เพราะคนจะคิดว่าผมสั่งให้เขาฟ้อง  เพราะผมควรจะกำกับเขาได้  แต่ความจริงเรื่องนี้….ไม่ใช่เลย”

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ได้ส่งโทรสาร (แฟกซ์) คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ยุติการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G

ของ กทช.โดยระบุว่า ร่างกฎหมาย กสทช. ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว และยังได้ผ่านการพิจารณาแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วมแล้ว กำลังจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ดังนั้น จะเป็นอุปสรรคในการทำงานขององค์กร กสทช.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีเหตุที่จะออกมาตรการหรือคุ้มครองชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ โดยให้กทช.ยุติการใช้ประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 3จี ออกไปก่อน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ขณะที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว กทช.ได้พาสื่อมวลชนกว่า 100 คนเดินทางไปยังโรงแรมเอวาซอน หัวหิน แอนด์ ซิกเซ้นส์ สปา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประมูล ในขณะที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สื่อมวลชนอยู่ระหว่างพักรับประทานอาหารเย็นที่ร้านใกล้โรงแรม ตามกำหนดเดิม กรรมการ กทช.จะมาทานข้าวด้วย แต่ปรากฎว่า ไม่มี กทช.มาร่วมด้วยแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลา 20.15 น. กทช.ได้แจ้งว่า พ.อ.นที สุกลรัตน์ กรรมการ กทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3G จะมีการแถลงข่าวด่วน

พ.อ.นที เปิดเผยว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการ แต่รับทราบแล้วว่า ศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว ให้กทช.ชะลอประมูล 3G  จนกว่าจะมี กสทช. ทั้งนี้ กทช.เตรียมยื่นอุทธรณ์ฉุกเฉินต่อศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 17 กันยายน โดยจะรอคำสั่งถึงวันที่ 20 กันยายน ก่อนที่จะมีการประมูลในเวลา 09.00 น. หากไม่มีคำสั่ง ก็คงต้องยุติการประมูล

ที่มา: www.telecomjournal.net

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/129916