ยักษ์มือถือระเบิดศึกชิง “ไลเซนส์ 3G”

Home / Mobile & Tablet / ยักษ์มือถือระเบิดศึกชิง “ไลเซนส์ 3G”
การเปิดประมูลไลเซนส์ใหม่ บริการโทรศัพท์มือถือ “3G” ใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำหนดวันเริ่มต้นประมูลไว้แล้ว คือ วันที่ 20 ก.ย. 2553 นี้ เรียกได้ว่างวดเต็มที แต่จนถึงขณะนี้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลกลับยังไม่มั่นใจเต็มร้อย ว่าจะมีการประมูลตามกำหนดเวลา
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. และประธานคณะทำงาน 3G กล่าวว่า แม้การประมูลในครั้งนี้ กทช.จะเตรียมการมาไกลเกินกว่าที่อะไรจะมาหยุดยั้งได้ แต่ยังมี 2 ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ การมีคนฟ้อง กทช. ขอความคุ้มครองจากศาลปกครองให้ยุติกระบวนการออกใบอนุญาต อีกประเด็นคือการเร่งออกกฎหมายใหม่เพื่อลดความชอบธรรมของ กทช.เพื่อที่จะบอกว่า กทช.ไม่ควรออกใบอนุญาต 3G ควรรอให้มีองค์กรตามกฎหมายใหม่
“กระบวนการคัดค้านจะเข้มข้นขึ้นหลังวันที่ 30 ส.ค. โดยเฉพาะถ้ามีรายใหม่พยายามเข้าแข่งขันกับ 3 รายเดิม กทช. พยายามให้เกิดการแข่งขันที่เหมาะสม
แต่กระบวนการที่ผ่านมาทำให้ทราบได้ว่า
ผู้ประกอบการรายเดิมต้องการความมั่นใจ และไม่ต้องการแข่งขันถ้ามีความไม่แน่ใจ กระบวนการขัดขวางต่าง ๆ ก็อาจทยอยออกมา เพื่อไม่ให้เกิดการประมูล”
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บจม. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า การประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นจุดเริ่มต้นของเอไอเอสในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G อย่างจริงจัง แม้อาจมีเหตุให้การเปิดประมูลต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งก็ตาม ซึ่งได้เสนอแผนการดำเนินงานทั้งหมดให้บอร์ดบริหารของบริษัทรับทราบแล้ว
โดยแบ่งทีมงานออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกดูแลเรื่องกฎระเบียบและการประมูล มีการจ้างที่ปรึกษาเข้ามาช่วยเตรียมการประมูล ทีมนี้จะรับผิดชอบเตรียมการประมูลเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ส่วนถัดมาเป็นงานด้านปฏิบัติการ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตนทำใน 3 เรื่อง หรือเรียกว่า “D-N-A” ได้แก่ D ตัวแรกหมายถึง Device หรือเครื่องลูกข่าย, N คือ Network หรือเครือข่ายการให้บริการ และ A คือ Application บริการต่าง ๆ
ส่วนที่ 3 คือ ทำเรื่องการสื่อสารภายในองค์กร เพราะการมาถึงของบริการ 3G เปรียบได้กับยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรตื่นตัวและพร้อมกับเกมใหม่ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าเดิม
“ทีมเน็ตเวิร์กโรลเอาต์จะต้องวางแผน ทำยังไงเมื่อได้ไลเซนส์มาแล้ว ทีมที่ 2 เรื่องมาร์เก็ตติ้ง เรื่องแบรนดิ้งจะใช้แบรนด์อะไร จะทำตลาดแบบไหน รวมถึงเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย จะมีช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากช่องทางปกติแค่ไหน ช็อปจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ทั้งร้านเทเลวิซ ศูนย์บริการเอไอเอส และเอ็กซ์พีเรียนซ์ช็อป ตอนนี้เราจ้างที่ปรึกษาให้ออกแบบหน้าตาช็อปใหม่แล้ว คาดว่าในอีกไม่เกิน 1 เดือนจะเห็นโปรโตไทป์ว่าหน้าตาจะเป็นยังไง”
แหล่งข่าวในธุรกิจวิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวว่า มีความมั่นใจประมาณ 70% ว่าจะมีการเปิดประมูลไลเซนส์ 3G ได้ในปลายเดือน ก.ย.นี้ เพราะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวฟ้องร้อง กทช.เพื่อยุติการประมูล ทั้งจากอดีตผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และสมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่มที่ยื่นฟ้อง กทช.ต่อ ป.ป.ช. เป็นต้น ดังนั้น จึงยังมีความไม่แน่นอน
หาก กทช.เปิดประมูลได้ตามกำหนดเวลาที่วางไว้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่โอกาสที่จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมประมูลด้วยมีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตมีหลายเรื่องไม่ชัดเจน ไม่จูงใจ และยังมีร่างประกาศ กทช.เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ที่ห้ามผู้บริหารต่างชาตินั่งทำงานในตำแหน่งออกมาอีก จึงทำให้มีโอกาสน้อยที่จะมีต่างชาติเข้ามาลงทุน
“3 รายเดิม เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟเข้าประมูลแน่ แต่รายที่ 4 นึกไม่ออกว่าจะมีใคร เพราะเงื่อนไขข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ออกมาแต่ละอย่าง นอกจากกระชั้นชิดมากแล้วยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติต้องการมากที่สุด คือความชัดเจน โดยเฉพาะร่างครอบงำกิจการล่าสุดก็ออกมา ในช่วงเดียวกับที่ กทช.เดินทางไปโรดโชว์ กรณีร่างประกาศให้ใช้โครงข่ายหลักร่วมกัน หรืออินฟราสตรักเจอร์แชริ่งก็เช่นกันที่ยัง ไม่เสร็จ”
แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวต่อว่า มีความเป็นไปได้มากที่ถึงที่สุดแล้วจะมีผู้เข้าประมูล 3 รายเดิมทั้ง 3 เจ้าไม่ยอมพลาดแน่นอน เพราะไลเซนส์ใหม่บนเทคโนโลยีใหม่ถือเป็นอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีทรูมูฟ ซึ่งเดิมเป็นผู้ให้บริการรายเล็กอาจพลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นผู้นำได้จากการได้ ไลเซนส์ 3G เนื่องจากเงื่อนไขในไลเซนส์ใหม่ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ เช่น การเปิดให้ใช้โครงข่ายหลักร่วมกัน หรือเงื่อนไขการส่งคืนคลื่น เป็นต้น
“ถ้ามีผู้เข้าประมูลแค่ 3 ราย ราคาใบอนุญาตไม่น่าจะไปไกลมาก อาจได้แค่ 1.5 หมื่น หรือไม่น่าเกิน 2 หมื่นล้าน”
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาร่วมประมูลแค่ไหนยังไม่ทราบ แต่เท่าที่ไปโรดโชว์มานักลงทุนของจีนและอินเดีย น่าจะยังไม่เข้าร่วมประมูลหนนี้ เนื่องจากตลาดในประเทศยังมีโอกาสทำกำไรได้อีกมาก คงจะเน้นลงทุนภายในประเทศก่อน
นายวิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบญจจินดาโฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ยากที่จะประเมินได้ว่าจะมีใครสนใจเข้าประมูล เพราะในขณะที่นักลงทุนไทยกลุ่มใหม่อาจขาดทั้งปัจจัยด้านการเงินที่สามารถจะลงทุนขนาดใหญ่หรือขาดความชำนาญที่จะสามารถแข่งขันเพียงลำพัง ขณะที่กฎเกณฑ์จำกัดนักลงทุนหรือผู้มีประสบการณ์จากต่างประเทศให้เป็นเพียงผู้ลงทุนการเงิน (Financial Investor) ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการใหม่แม้จะมีความชำนาญพอแต่จะชวนคนมาลงเงินเยอะ ๆ อย่างเดียวคงไม่ง่าย
พ.อ.นทีกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มี 8 บริษัทมาขอรับซองเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3G แล้ว ได้แก่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น, บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส), บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค), เอสเค ไวร์เลส เทเลคอม (บริษัทลูกทรู), ดีแทค อินเทอร์เน็ต, แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก (บริษัทลูกเอไอเอส), บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย และ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่ง กทช. จะปิดให้รับซองวันที่ 29 ส.ค. และเปิดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในวันที่ 30 ส.ค.
“ตอนนี้เป็นช่วงที่แต่ละบริษัทต้องตัด สินใจว่าจะเข้าประมูลในนามบริษัทใด จะเห็นว่ามีทั้งบริษัทแม่และลูกมายื่นขอรับซอง แต่ในวันยื่นซองจริง 1 เครือบริษัทจะมีผู้เข้าประมูลได้แค่ 1 ราย ถ้ามาคู่ก็ตกคุณสมบัติทั้งคู่ สำหรับวันเริ่มต้นประมาณ คือ 20 ก.ย.นี้ คาดว่าจะใช้เวลาราว 7 วัน แต่ขึ้นอยู่กับความดุเดือดในการแข่งขัน ถ้าไม่มีผู้เสนอราคาแล้วก็อาจจบได้ใน 1 หรือ 2 วันเท่านั้น ส่วนเรื่องสถานที่ประมูลจะกำลังเลือกระหว่างหัวหินและพัทยา”
สาเหตุที่ต้องไปจัดการประมูลในต่างจังหวัด เพราะต้องการจัดประมูลในสถาน ที่ปิดที่สามารถควบคุมการรักษาความปลอดภัย รวมถึงดูแลไม่ให้มีการฮั้วราคากันด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้แต่ละบริษัทส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูลได้แห่งละ 5 คน โดยจะจัดให้มีการถ่ายทอดผ่านช่องทีวีดาวเทียมของ บมจ.อสมท โดยกำลังพิจารณาว่าจะถ่ายทอดตลอดทั้งวันหรือตัดเป็นช่วง ๆ แต่จะดีเลย์กว่าเหตุการณ์จริงประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางฮั้วราคาระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล
พ.อ.นทีกล่าวด้วยว่า เตรียมงบประมาณ สำหรับใช้ในการจัดการประมูลไว้ 50 ล้านบาท รวมค่าเช่าสถานที่ ค่าวางระบบค่าจ้างที่ปรึกษาวางระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ โดยระบบทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้สื่อมวลชนทดลองระบบก่อนประมูลจริงในวันที่ 18 ก.ย.นี้ นอกจากนี้เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม กทช. ได้ใช้งบฯ 20 ล้านบาท จัดงานมหกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร 3.9 จี ระหว่าง 8-12 ก.ย.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ

ค่ายมือถือเตรียมระเบิดศึก “3G” ยักษ์ เอไอเอสลุยเต็มสูบ จัดทัพภายใน แบ่ง 3 ทีมหลัก เตรียมความพร้อมองค์กรแบบ 360 องศา รับมือยุคใหม่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม หลังการมาถึงของ “3G” ฟาก “กทช.” กำหนดแล้ว “20 ก.ย.” เปิดประมูลไลเซนส์ เผย 5 ค่าย 8 บริษัทยื่นรับคำขอใบอนุญาตใหม่ 30 ส.ค.ลุ้น ใครจะเป็นรายที่ 4

การเปิดประมูลไลเซนส์ใหม่ บริการโทรศัพท์มือถือ “3G” ใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำหนดวันเริ่มต้นประมูลไว้แล้ว คือ วันที่ 20 ก.ย. 2553 นี้ เรียกได้ว่างวดเต็มที แต่จนถึงขณะนี้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลกลับยังไม่มั่นใจเต็มร้อย ว่าจะมีการประมูลตามกำหนดเวลา

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. และประธานคณะทำงาน 3G กล่าวว่า แม้การประมูลในครั้งนี้ กทช.จะเตรียมการมาไกลเกินกว่าที่อะไรจะมาหยุดยั้งได้ แต่ยังมี 2 ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ การมีคนฟ้อง กทช. ขอความคุ้มครองจากศาลปกครองให้ยุติกระบวนการออกใบอนุญาต อีกประเด็นคือการเร่งออกกฎหมายใหม่เพื่อลดความชอบธรรมของ กทช.เพื่อที่จะบอกว่า กทช.ไม่ควรออกใบอนุญาต 3G ควรรอให้มีองค์กรตามกฎหมายใหม่

“กระบวนการคัดค้านจะเข้มข้นขึ้นหลังวันที่ 30 ส.ค. โดยเฉพาะถ้ามีรายใหม่พยายามเข้าแข่งขันกับ 3 รายเดิม กทช. พยายามให้เกิดการแข่งขันที่เหมาะสม

แต่กระบวนการที่ผ่านมาทำให้ทราบได้ว่า

ผู้ประกอบการรายเดิมต้องการความมั่นใจ และไม่ต้องการแข่งขันถ้ามีความไม่แน่ใจ กระบวนการขัดขวางต่าง ๆ ก็อาจทยอยออกมา เพื่อไม่ให้เกิดการประมูล”

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บจม. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า การประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นจุดเริ่มต้นของเอไอเอสในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G อย่างจริงจัง แม้อาจมีเหตุให้การเปิดประมูลต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งก็ตาม ซึ่งได้เสนอแผนการดำเนินงานทั้งหมดให้บอร์ดบริหารของบริษัทรับทราบแล้ว

โดยแบ่งทีมงานออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกดูแลเรื่องกฎระเบียบและการประมูล มีการจ้างที่ปรึกษาเข้ามาช่วยเตรียมการประมูล ทีมนี้จะรับผิดชอบเตรียมการประมูลเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ส่วนถัดมาเป็นงานด้านปฏิบัติการ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตนทำใน 3 เรื่อง หรือเรียกว่า “D-N-A” ได้แก่ D ตัวแรกหมายถึง Device หรือเครื่องลูกข่าย, N คือ Network หรือเครือข่ายการให้บริการ และ A คือ Application บริการต่าง ๆ

ส่วนที่ 3 คือ ทำเรื่องการสื่อสารภายในองค์กร เพราะการมาถึงของบริการ 3G เปรียบได้กับยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรตื่นตัวและพร้อมกับเกมใหม่ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าเดิม

“ทีมเน็ตเวิร์กโรลเอาต์จะต้องวางแผน ทำยังไงเมื่อได้ไลเซนส์มาแล้ว ทีมที่ 2 เรื่องมาร์เก็ตติ้ง เรื่องแบรนดิ้งจะใช้แบรนด์อะไร จะทำตลาดแบบไหน รวมถึงเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย จะมีช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากช่องทางปกติแค่ไหน ช็อปจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ทั้งร้านเทเลวิซ ศูนย์บริการเอไอเอส และเอ็กซ์พีเรียนซ์ช็อป ตอนนี้เราจ้างที่ปรึกษาให้ออกแบบหน้าตาช็อปใหม่แล้ว คาดว่าในอีกไม่เกิน 1 เดือนจะเห็นโปรโตไทป์ว่าหน้าตาจะเป็นยังไง”

แหล่งข่าวในธุรกิจวิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวว่า มีความมั่นใจประมาณ 70% ว่าจะมีการเปิดประมูลไลเซนส์ 3G ได้ในปลายเดือน ก.ย.นี้ เพราะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวฟ้องร้อง กทช.เพื่อยุติการประมูล ทั้งจากอดีตผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และสมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่มที่ยื่นฟ้อง กทช.ต่อ ป.ป.ช. เป็นต้น ดังนั้น จึงยังมีความไม่แน่นอน

หาก กทช.เปิดประมูลได้ตามกำหนดเวลาที่วางไว้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่โอกาสที่จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมประมูลด้วยมีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตมีหลายเรื่องไม่ชัดเจน ไม่จูงใจ และยังมีร่างประกาศ กทช.เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ที่ห้ามผู้บริหารต่างชาตินั่งทำงานในตำแหน่งออกมาอีก จึงทำให้มีโอกาสน้อยที่จะมีต่างชาติเข้ามาลงทุน

“3 รายเดิม เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟเข้าประมูลแน่ แต่รายที่ 4 นึกไม่ออกว่าจะมีใคร เพราะเงื่อนไขข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ออกมาแต่ละอย่าง นอกจากกระชั้นชิดมากแล้วยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติต้องการมากที่สุด คือความชัดเจน โดยเฉพาะร่างครอบงำกิจการล่าสุดก็ออกมา ในช่วงเดียวกับที่ กทช.เดินทางไปโรดโชว์ กรณีร่างประกาศให้ใช้โครงข่ายหลักร่วมกัน หรืออินฟราสตรักเจอร์แชริ่งก็เช่นกันที่ยัง ไม่เสร็จ”

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวต่อว่า มีความเป็นไปได้มากที่ถึงที่สุดแล้วจะมีผู้เข้าประมูล 3 รายเดิมทั้ง 3 เจ้าไม่ยอมพลาดแน่นอน เพราะไลเซนส์ใหม่บนเทคโนโลยีใหม่ถือเป็นอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีทรูมูฟ ซึ่งเดิมเป็นผู้ให้บริการรายเล็กอาจพลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นผู้นำได้จากการได้ ไลเซนส์ 3G เนื่องจากเงื่อนไขในไลเซนส์ใหม่ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ เช่น การเปิดให้ใช้โครงข่ายหลักร่วมกัน หรือเงื่อนไขการส่งคืนคลื่น เป็นต้น

“ถ้ามีผู้เข้าประมูลแค่ 3 ราย ราคาใบอนุญาตไม่น่าจะไปไกลมาก อาจได้แค่ 1.5 หมื่น หรือไม่น่าเกิน 2 หมื่นล้าน”

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาร่วมประมูลแค่ไหนยังไม่ทราบ แต่เท่าที่ไปโรดโชว์มานักลงทุนของจีนและอินเดีย น่าจะยังไม่เข้าร่วมประมูลหนนี้ เนื่องจากตลาดในประเทศยังมีโอกาสทำกำไรได้อีกมาก คงจะเน้นลงทุนภายในประเทศก่อน

นายวิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบญจจินดาโฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ยากที่จะประเมินได้ว่าจะมีใครสนใจเข้าประมูล เพราะในขณะที่นักลงทุนไทยกลุ่มใหม่อาจขาดทั้งปัจจัยด้านการเงินที่สามารถจะลงทุนขนาดใหญ่หรือขาดความชำนาญที่จะสามารถแข่งขันเพียงลำพัง ขณะที่กฎเกณฑ์จำกัดนักลงทุนหรือผู้มีประสบการณ์จากต่างประเทศให้เป็นเพียงผู้ลงทุนการเงิน (Financial Investor) ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการใหม่แม้จะมีความชำนาญพอแต่จะชวนคนมาลงเงินเยอะ ๆ อย่างเดียวคงไม่ง่าย

พ.อ.นทีกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มี 8 บริษัทมาขอรับซองเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3G แล้ว ได้แก่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น, บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส), บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค), เอสเค ไวร์เลส เทเลคอม (บริษัทลูกทรู), ดีแทค อินเทอร์เน็ต, แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก (บริษัทลูกเอไอเอส), บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย และ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่ง กทช. จะปิดให้รับซองวันที่ 29 ส.ค. และเปิดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในวันที่ 30 ส.ค.

“ตอนนี้เป็นช่วงที่แต่ละบริษัทต้องตัด สินใจว่าจะเข้าประมูลในนามบริษัทใด จะเห็นว่ามีทั้งบริษัทแม่และลูกมายื่นขอรับซอง แต่ในวันยื่นซองจริง 1 เครือบริษัทจะมีผู้เข้าประมูลได้แค่ 1 ราย ถ้ามาคู่ก็ตกคุณสมบัติทั้งคู่ สำหรับวันเริ่มต้นประมาณ คือ 20 ก.ย.นี้ คาดว่าจะใช้เวลาราว 7 วัน แต่ขึ้นอยู่กับความดุเดือดในการแข่งขัน ถ้าไม่มีผู้เสนอราคาแล้วก็อาจจบได้ใน 1 หรือ 2 วันเท่านั้น ส่วนเรื่องสถานที่ประมูลจะกำลังเลือกระหว่างหัวหินและพัทยา”

สาเหตุที่ต้องไปจัดการประมูลในต่างจังหวัด เพราะต้องการจัดประมูลในสถาน ที่ปิดที่สามารถควบคุมการรักษาความปลอดภัย รวมถึงดูแลไม่ให้มีการฮั้วราคากันด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้แต่ละบริษัทส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูลได้แห่งละ 5 คน โดยจะจัดให้มีการถ่ายทอดผ่านช่องทีวีดาวเทียมของ บมจ.อสมท โดยกำลังพิจารณาว่าจะถ่ายทอดตลอดทั้งวันหรือตัดเป็นช่วง ๆ แต่จะดีเลย์กว่าเหตุการณ์จริงประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางฮั้วราคาระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล

พ.อ.นทีกล่าวด้วยว่า เตรียมงบประมาณ สำหรับใช้ในการจัดการประมูลไว้ 50 ล้านบาท รวมค่าเช่าสถานที่ ค่าวางระบบค่าจ้างที่ปรึกษาวางระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ โดยระบบทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้สื่อมวลชนทดลองระบบก่อนประมูลจริงในวันที่ 18 ก.ย.นี้ นอกจากนี้เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม กทช. ได้ใช้งบฯ 20 ล้านบาท จัดงานมหกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร 3.9 จี ระหว่าง 8-12 ก.ย.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ที่มา: www.wiseknow.com

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/120251