โนเกียวางตัว”MeeGo”แข่ง”iPhone4″

Home / Mobile & Tablet / โนเกียวางตัว”MeeGo”แข่ง”iPhone4″

ผู้บริหารโนเกียเผย ระบบปฏิบัติการที่โนเกียร่วมทุนสร้างกับอินเทลนาม “มีโก (MeeGo)” จะเป็นหนึ่งจุดแข็งเพื่อการต่อสู้กับคู่แข่งกระแสแรงอย่างไอโฟน (iPhone) ในตลาดสมาร์ทโฟน ระบุแม้ระบบปฏิบัติการซิมเบียนรุ่นหน้า “Symbian4″ จะมีกำหนดการเปิดตัวช่วงปลายปีนี้แต่โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการซิมเบียนรุ่น ปัจจุบัน “Symbian3″ จะยังวางตลาดอยู่ต่อไปอีก 2 ปี มั่นใจบริการหลากหลายจะยังเป็นหนทางสำคัญให้โนเกียรักษาแชมป์ได้ต่อไป ขีดเส้นไตรมาส 3 ปีนี้พร้อมเดินทัพมือถือใหม่บุกตลาดไทยทั้ง Nokia X5, Nokia X6 8GB และ Nokia N8

โจ ฮาร์โลว์ รองประธานอาวุโสธุรกิจสมาร์ทโฟนของโนเกีย ให้สัมภาษณ์ในงาน Nokia Connection 2010 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าสิ่งที่โนเกียเตรียมไว้เพื่อดึงผู้บริโภคจากกระแสนิยมไอโฟนคือระบบ ปฏิบัติการมีโก และการพัฒนาบริการที่สามารถให้ประสบการณ์ยอดเยี่ยมแก่ผู้ใช้ในราคาคุ้มค่า

“มีโกคือตัวหนึ่งที่เราเชื่อว่าจะช่วยชูตลาดระดับไฮเอนด์ได้ ส่วนระดับมิดเดิลเอนด์ เราจะสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมบนยูสเซอร์อินเทอร์เฟสที่ง่าย โนเกียมีแผนสร้างโทรศัพท์บางเฉียบแน่นอน แต่สำหรับการเพิ่มความเร็วซีพียูยังไม่ใช่เรื่องสำคัญ เนื่องจากสมาร์ทโฟนโนเกียขณะนี้สามารถทำงานได้ดีและรวดเร็วอยู่แล้วเพราะการ ทำงานร่วมกันระหว่างชิปหน่วยประมวลผลและหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิก”

มีโกนั้นเป็นระบบปฏิบัติการที่โนเกียนำระบบปฏิบัติการมาตรฐานเปิด รุ่นใหญ่นาม “มีโม (Maemo)” ของตัวเองมารวมกับโมบลิน (Moblin) ของอินเทล แจ้งเกิดใหม่ในชื่อมีโกเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือ, เน็ตบุ๊ก, แท็บเล็ต และอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตพกพาหรือ MID ความหลากหลายและความเป็นมาตรฐานเปิดทำให้โนเกียและอินเทลต่างคาดหวังว่ามีโก จะกลายเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสําหรับอุปกรณ์พกพาในอนาคต

ขณะที่มีโกถูกวางจุดยืนไว้ที่ตลาดไฮเอนด์ ตลาดระดับกลางจะเป็นหน้าที่ของซิมเบียน (เวอร์ชันปัจจุบันคือ Symbian^3) จุดนี้ฮาร์โลว์ยอมรับว่า แม้ซิมเบียนเวอร์ชัน 4 นั้นจะเปิดตัวได้ในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าตลอด 24 เดือนนับจากนี้ตลาดมิดเดิลเอนด์ของโนเกียจะยังมีทั้งกลุ่มซิมเบียน 3 และ 4 ปะปนกัน โดยเวอร์ชัน 3 จะเน้นตอบโจทย์ผู้บริโภคมือใหม่กว่า และ S40 จะเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่โนเกียสร้างสรรค์มาเพื่ออุปกรณ์สำหรับผู้ ใช้รายใหม่

“โอกาสเติบโตในตลาดสมาร์ทโฟนเมืองไทยมีอยู่มาก เชื่อว่าโนเกียจะสามารถนำเสนอแอปพลิเคชันและบริการให้คนไทยได้ดี ที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดการดาวน์โหลดแผนที่โอวีแม็ปส์ (OVI Maps) เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”

จุดนี้ วิล แฮร์ริส หัวหน้าฝ่ายการตลาด โนเกียเอเชียแปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้ ยืนยันว่าการใช้งานคุณสมบัติการแชตและอีเมลในประเทศไทยนั้นเติบโตรวดเร็ว กว่าประเทศอื่นๆ แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลจำนวนยอดการใช้งานบริการตระกูลโอวี่ในประเทศไทย ขณะนี้ โดยปัจจุบันประชาชนคอฮัลโหลในอาเซียนนั้นสมัครเป็นสมาชิกบริการโอวี่แม็ปส์ แล้วถึง 10 ล้านคน และบริการโอวี่เมลล์อีก 2 ล้านคนจากผู้ใช้ 10 ล้านคนทั่วโลก

งานนี้โนเกียนำโทรศัพท์มือถือ 3 รุ่นใหม่มาโชว์ครั้งแรกในภูมิภาค รุ่น ราคาสูงที่สุดคือ N8 สมาร์ทโฟนกล้องดิจิตอล 12 ล้านพิกเซลรุ่นแรกที่ใช้ซอฟต์แวร์ซิมเบียน 3 คุณสมบัติเด่นคือคุณสมบัติถ่ายวิดีโอความละเอียด 720p ที่สามารถเชื่อมต่อเครื่องเพื่อชมวิดีโอบนโทรทัศน์ความละเอียดสูงได้ มีโปรแกรมดูทีวี Web TV ซึ่งโนเกียจับมือกับสถานีโทรทัศน์ทั้งระดับโลกและท้องถิ่นให้บริการวิดีโอ ออนดีมานด์แก่ผู้บริโภค รองรับนานาแอปพลิเคชันจากโอวี่สโตร์ซึ่งมีการร่วมมือกับผู้สร้างซอฟต์แวร์ ท้องถิ่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถลงชื่อใช้งานโอวี่เพื่อดึงข้อความเครือ ข่ายสังคมทุกสำนักมาไว้บนโฮมสกรีน และเชื่อมต่อข้อความเครือข่ายสังคมเหล่านี้กับบริการอื่นๆของโอวีได้ สนนราคาคาดว่าอยู่ที่ระดับ 17,000-18,000 บาท

รุ่น X5 นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือสไลด์พร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ซึ่งเมื่อเก็บคีย์บอร์ดจะมีทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสคล้ายตลับแป้งผู้หญิง นอกจากเครือข่ายสังคม แชต และเกม ตัว X5 ยังมีฟีเจอร์สนุกสนานอย่างการหมุนเครื่องลักษณะเดียวกับลูกข่าง เพื่อการเปลี่ยนเพลงแบบไม่ต้องกดปุ่ม สนนราคาเปิดตัว 165 ยูโรหรือประมาณ 6,800 บาท (ไม่รวมภาษี) คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

อีกรุ่นคือ X6 8G ซึ่งเป็นการลดความจุโทรศัพท์ตระกูล X6 ลงเหลือ 8GB ให้สามารถตอบโจทย์ตลาดได้มากขึ้น รองรับเพลงเครือข่ายสังคม แชต แบ่งปันข้อมูล และเล่นเกม กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลชคู่ สนนราคาเปิดตัวไม่รวมภาษี 225 ยูโร (ราว 9,300 บาท)

ทั้ง 3 รุ่นคาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายในประเทศไทยช่วงไตรมาส 3 ที่จะถึงนี้ ตลาดหลักคือบังกลาเทศ อินเดีย ไทย และเวียดนามซึ่งเป็นพื้นที่ที่การใช้งานเพลง โซเชียลเน็ตเวิร์ก และอีเมลเติบโตสูง

“ต่อไปนี้โนเกียจะนำเสนอโทรศัพท์เป็นแพกเก็จบริการที่ผู้บริโภคจะ สามารถใช้งานได้จริง (แทนการใช้ตัวเลขฮาร์ดแวร์เครื่อง) เพื่อนำเสนอโซลูชันที่มีครบทั้งความคุ้มค่าและบริการ ซึ่งไม่มีใครทำได้ครบเหมือนโนเกีย” แฮร์ริสกล่าว

ปัจจุบัน โนเกียมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน 44.3% ลดลงจากที่เคยทำได้ 48.8% อันดับที่ 2 คืออาร์ไอเอ็มผู้ผลิตแบล็กเบอร์รี่ที่ครองส่วนแบ่ง 19.4% ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนยอดฮิตอันดับที่ 3 คือ iPhone OS ครองส่วนแบ่ง 15.4% ตามด้วยแอนดรอยด์มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 9.6% ต่อท้ายด้วยไมโครซอฟท์ราว 6.8%

ที่มา Manager

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/102047