‘ทอเร่’ชี้ 3G เสิร์ฟข้อมูลเกษตรถึงหัวบันไดบ้าน

Home / Mobile & Tablet / ‘ทอเร่’ชี้ 3G เสิร์ฟข้อมูลเกษตรถึงหัวบันไดบ้าน

ดีแทคมุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีตอบแทนคุณแผ่นดินไทย เดินหน้าโครงการโทร.*1677 ทางด่วนข้อมูลเกษตรกรฟรีทุกขั้นตอนส่งข้อมูลการเกษตรน่ารู้ถึงหัวบันไดบ้าน หวังเพิ่มผลิตผล และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่กระดูกสันหลังของชาติ เผยล่าสุดมีผู้ใช้บริการกว่า 1.8 แสนคนมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 3 เท่าตัว ต่อยอดความสำเร็จปีนี้เดินหน้าสานต่อโครงการลงเชิงลึกระดับอำเภอและหมู่บ้าน ‘ทอเร่’ย้ำ 3G ของดีแทคจะเสริมเขี้ยวเล็บให้เกษตรกรไทย                

โครงการโทร. *1677 เชื่อมโยงเกษตรกรไทยจากถิ่นเหนือสู่แดนใต้เชื่อมสายใยแห่งภูมิปัญญาได้จัด งานเสวนา เรื่อง ‘รักษ์ทะเล ดูแล ธรรมชาติ สร้างรากฐานที่ยั่งยืน’ ขึ้นที่อาคารตลาดเทศบาลบางตะบูนจังหวัดเพชรบุรี เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทคต้องการคืนสิ่งดีๆกลับสู่สังคมและประชาชนเพื่อตอบโจทย์การนำ เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสังคมไทยให้ดี ขึ้น                

แม้เก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะเปลี่ยนมือสู่นายทอเร่ จอห์นเซ่น แต่นโยบายการดำเนินงานด้าน CSR ผ่านโครงการดังกล่าวไม่ได้ถูกลดน้ำหนักลงแต่กลับให้ความสำคัญมากขึ้นเนื่อง จากทอเร่เห็นว่าการสร้างความประทับใจผ่านการให้กลับคืนจะทำให้ผู้ใช้บริการ มีความนิยมชื่นชมในแบรนด์ของดีแทค                

นายทอเร่กล่าวถึงนโยบายการดำเนินงานด้าน CSR นี้ว่า จะยังคงเดินหน้า โครงการต่างๆที่ดีแทคทำให้เห็นภาพชัดและลงถึงประชากรรากหญ้าของไทยให้มากที่ สุด ส่วนเม็ดเงินที่ใช้นั้นดีแทคไม่ได้วางเป็นงบประมาณตายตัว เพราะเล็งเห็นว่าความจำเป็นในการช่วยเหลือสังคมไทยควรจะสามารถยืดหยุ่นได้ ตามสถานการณ์และความจำเป็น                

สำหรับโครงการโทร. * 1677  ทางด่วนข้อมูลการเกษตร นั้นเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในระดับที่ดี เพราะสามารถนำเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือมาช่วยเพิ่มผลผลิตเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ โดยอนาคตเชื่อว่าหากเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G สามารถใช้งานในประเทศไทยได้จริง ดีแทคมีแผนจะนำข้อมูลการเกษตร                

ส่งตรงถึงเกษตรกรถึงหัวบันไดบ้านได้ทั้งภาพและเสียง เพราะเทคโนโลยี 3Gสามารถเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่มทุกพื้นที่และถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศ สุดท้ายที่มีการลงทุน 3G ก็ไม่ถือว่าช้าหากจะเริ่มลงทุนวันนี้เพราะประโยชน์ของเทคโนโลยีสามารถช่วย พัฒนาประเทศได้อีกมาก                

ด้านนายพีระพงษ์ กลิ่นละออ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิดดีแทค ผู้ล้มลุกคลุกคลานปลุกปั้นโครงการ CSRของดีแทคมาปีกว่ากล่าวว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าเกษตรกรไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยี GPRS ด้วยการส่งผ่านข้อมูล MMS ไปถึงมือเกษตรกร หรืออาจจะเป็นรูปแบบวิดีโอสั้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรรู้วิธีการแก้ปัญหาการเกษตรและเพิ่มผลผลิตใหม่ให้มาก ยิ่งขึ้นจากปัจจุบันเป็นการให้บริการผ่านข้อความสั้น (SMS) และบริการให้ข้อมูลทางเสียง                

‘มาถึงวันนี้ผลตอบรับ*1677 ออกมาดีเกินคาดชนิดหายเหนื่อยและผมเชื่อว่าจะมีการขยายผลออกไปแบบปากต่อปาก มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเกษตรกรรับข้อมูลผ่าน * 1677 จำนวน 180,000 รายเกินกว่าตัวเลขที่ตั้งไว้ 60,000 ราย ถึง 3 เท่าตัวและเป้าหมายในปีนี้เราตั้งไว้ว่าถึงสิ้นปีจะมีเกษตรกรสนใจรับข่าวสาร ผ่าน * 1677 ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่คิดค่าบริการ 200,000 รายแต่ก็เชื่อว่าจะมีผู้ใช้บริการเกินเป้าหมายที่วางไว้’                

สาเหตุที่ทำให้เกษตรกรสนใจใช้บริการ คาดว่ามาจากการให้ข้อมูลปากต่อปาก โดยการเสวนาแต่ละครั้ง ดีแทคจะเลือกเอาผู้นำชุมชน อาทิ กำนันผู้ใหญ่บ้านมาเข้าร่วม ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนมีภาวะความเป็นผู้นำสูงกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ และเมื่อเห็นว่าข้อมูลที่ได้จากบริการเป็นประโยชน์ ผู้นำชุมชนเหล่านี้ก็จะนำไปบอกต่อเกษตรกรที่อยู่ในความดูแล                

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าโครงการนี้ จำเป็นจะต้องกะเทาะเปลือกความกลัวเทคโนโลยีของเกษตรกรด้วยการลงพื้นที่ไปจัด สัมมนาในจังหวัดต่างๆโดยดีแทคจะส่งทีมพนักงานลงไปให้ความรู้และเปิดโอกาสให้ ชาวต่างจังหวัดได้ทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีเช่นการใช้ SMS และการสอบถามข้อมูลเสียงกับศูนย์ข้อมูล เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการอย่างแท้จริง                

สำหรับแผนการดำเนินงานโครงการในปีนี้จะเป็นเน้นทำกิจกรรมในเชิงลึกระดับ อำเภอและหมู่บ้าน หลังจากปีที่ผ่านมาจะเน้นพื้นที่เขตตัวจังหวัดก่อน โดยในปีนี้ดีแทคมีแผนการจัดสัมมนาจำนวน 10-12 ครั้งจากปีที่ผ่านมาเดินหน้าจัดเสวนาทั้งสิ้น 34 ครั้งโดยสาเหตุการลดจำนวนการจัดสัมมนาลงไม่ได้ทำให้การขยายโครงการลงลึกใน ชนบทน้อยลงเพราะดีแทคมีแผนประสานงานกับหน่วยงานส่วนภูมิภาค เช่นองค์กรบริหารส่วนตำบล และองค์กรบริหารส่วนจังหวัดเปิดให้เกษตรกรสามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมผ่าน ศูนย์การเรียนรู้ของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและยังมีแผนนำโครงการดังกล่าว ประสานกับโครงการอื่นๆของดีแทคไปให้ความรู้แก่เกษตรกรในเขตพื้นที่ต่างๆอีก ด้วย