20 ข้อควรรู้ก่อนซื้อ AppleWatch

Home / Mobile & Tablet / 20 ข้อควรรู้ก่อนซื้อ AppleWatch

20 ข้อควรรู้ก่อนซื้อ Apple Watch

1.Apple Watch โดนเรียกสับสนกับ iWatch มากในช่วงเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว
เพราะสำนักข่าวส่วนใหญ่เชื่อว่า สมาร์ทวอทซ์ ของแอปเปิ้ลน่าจะชื่อ iWatch เสียมากกว่า

2.หลังจากเปิดตัวในปี 2014 กว่าแอปเปิ้ลจะเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายก็ล่อไปครึ่งปี

3.ใครที่สนใจอยากได้เป็นคนกลุ่มแรกของโลกต้องทำการพรีออเดอ์ในวันที่ 10 เมษายนที่จะถึงนี้ และจะได้รับของในวันที่ 24 เมษายน

4.ทั้งนี้ประเทศที่สามารถทำการพรีออเดอร์รอบแรกได้มีเพียง 9 ประเทศเท่านั้น
ได้แก่ อเมริกา แคนาดา จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เยอรมัน ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ

5.ใครที่อยากได้ของล๊อตแรกต้องใช้ที่อยู่ในประเทศเหล่านั้นในการสั่งพรีออเดอร์เท่านั้น
ไม่สามารถฝากเพื่อนหิ้วจากร้านได้นะครับ (อาจจะมีแต่คงแพงน่าดู)

1 apple watch

สวยงามและลงตัวกับผู้ใช้มาก

6.AppleWatch แบ่งออกเป็น 3 รุ่นคือ
AppleWatch Sport,AppleWatch และ AppleWatch Edition

7.Apple Watch Sport ออกแบบมาเพื่อคนชอบออกกำลังกาย เอาไปใช้งานจริงจัง
สายเลยไม่ได้หรูหรามากนัก แต่เน้นความทนทาน กันน้ำ กันเหงื่อเป็นพิเศษ

8.Apple Watch ตัวปกติ สายจะสวยกว่ารุ่นสปอร์ต แต่ไม่ถึงขั้นหรูหรา

9.Apple Watch Edition เป็นเหมือนรุ่นพิเศษ ดูสวยงามมีระดับ
หากไม่มีปัญหาด้านการเงินและต้องการความหรูหรา ต้องจัดรุ่นนี้เลย

10.ตารางราคาของทั้งสามรุ่นคร่าวๆมี ดังนี้
(ใครที่ซื้อรุ่น Edition ตัวแพงสุดป๋าขอรบกวนจับเป็นบุญมือสักครั้ง)
AppleWatch Sport – 38 มิลลิเมตร ตัวถูกสุดราคา 349 เหรียญ (ราว 11,500 บาท)
AppleWatch Sport – 42 มิลลิเมตร ตัวถูกสุดราคา 399 เหรียญ (ราว 13,000 บาท)
AppleWatch – 38 มิลลิเมตร ตัวถูกสุดราคา 549 เหรียญ (ราว 17,500 บาท)
AppleWatch – 42 มิลลิเมตร ตัวถูกสุดราคา 599 เหรียญ (ราว 19,000 บาท)
AppleWatch edition – 38 มิลลิเมตร ตัวแพงสุดราคา 17,000 เหรียญ (ราว 544,000 บาท)
AppleWatch edition – 42 มิลลิเมตร ตัวแพงสุดราคา 15,000 เหรียญ (ราว 480,000 บาท)
apple watch 1

มีหลายราคา หลายรุ่นมาก แต่เนื้อในไม่ต่างกันนเะ

 

11.หน้าที่หลักของ AppleWatch ที่หลายคนคิดไว้น่าจะเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย
แบบเดียวกับสมาร์ทวอทซ์ สมาร์ทแบรนด์ของเจ้าอื่น

12.แต่เอาเข้าจริงเจ้า AppleWatch ตัวนี้ตัวเดียวมันตอบโจทย์ทั้งการออกกำลังกาย
และการใช้ชีวิตประจำวันด้วย Apple Pay ที่เอาไว้จ่ายเงินได้อย่างสะดวกสบาย(มากๆ)
คือจ่ายเงินด้วยการยกข้อมือขึ้นมาก็จ่ายเงินได้เลย ไม่ต้องล้วงกระเป๋าหยิบเงินหรือใช้บัตรเครดิตอีกต่อไป

13.ในอเมริกาบริษัทด้านการเงินหลายเจ้าต่างก็เสนอตัวเข้าร่วม Apple Pay กันแบบถล่มทลาย
จากเดิมที่บริษัทไอทีต้องง้อบริษัททางการเงินให้จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กัน งานนี้กลายเป็นบริษัทการเงินต้องง้อ Apple ให้บรรจุบริการของตนลงใน Apple Pay แทน

14.เมื่อรองรับทั้งการออกกำลังกาย ตรวจจับการเต้นของหัวใจ ชีพจร GPS
โดดเด่นด้านแฟชั่นด้วยสายหลากแบบ และช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น
แอปเปิ้ลวอทช์จึงกลายเป็นดาวเด่นของปีนี้ไปในทันที

15.กล่าวคือมันไม่ใช่แกดเจ้ดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายก็ใช้ได้
ไม่จำเป็นต้องแฟชั่นจ๋าก็ใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องติดโซเชียลก็ใช้ได้อีกเช่นกัน
เรียกได้ว่ารองรับความต้องการของคนทุกกลุ่ม ทุกรสนิยมได้ในแกดเจ้ดชิ้นเดียว
apple watch 5

จัดเรือนนี้ไป รับรองรู้ทันที ไฮโซแน่อน

16.ข้อเสียหนึ่งที่ต้องยอมรับคงเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพได้เพียง 18 ชม.เท่านั้น

17.แม้ว่าจะมีระบบประหยัดพลังงานที่ใช้งานได้นาน 3 วัน แต่ แอปเปิลวอทช์ที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากดูเวลาคงไม่น่าพิสมัยเสียเท่าไหร่

18.สำหรับเมืองไทยที่บริการ Apple Pay ยังไม่แพร่หลายนั้นทำให้ใช้งานแอปเปิลวอทช์ได้ไม่เต็มที่
แต่กับคนอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ แอปเปิ้ลวอทช์ใช้งานได้คุ้มค่าเว่อร์

19.ในช่วงแรกรับประกันได้ว่าของหมด ของไม่พอขาย หากมีหลุดเข้ามาเมืองไทย ราคาหิ้วน่าจะถีบตัวสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

20.ใครที่รอซื้อ แนะนำให้ทำใจรอไปก่อนเลย 2-3 เดือนหลังจากวางขายในประเทศกลุ่มที่หนึ่ง
กว่าราคาจะนิ่งและมีวางขายอย่างเพียงพออาจล่วงเข้าไตรมาส 3 ของปีนี้เลยทีเดียว

1 apple watch 2
เรียบเรียงโดย ป๋ารัก Tech.Mthai