3G เมืองไทย ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

Home / Mobile & Tablet / 3G เมืองไทย ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

 




:เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายยุค 3 จี
ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในประเทศพัฒนา รวมถึงประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่าง จีน
แต่สำหรับประเทศไทย ยังคงต้องร้องเพลงรอกันไปเรื่อยๆ ยิ่งภาวะเศรษฐกิจ
และการเมืองอึมครมอย่างนี้ ฝันจะมี 3 จีใช้ยังไกลเกินเอื้อม
(คลิกรูปอ่านต่อ)


 


กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : 3 จี
เป็นโครงการที่เฝ้ารอของบรรดาผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายของไทยที่มีอยู่ไม่กี่เจ้า
แต่หลังจากรอคอยมาหลายปี และหลายรัฐบาล หากยังไม่มีความคืบหน้า


นานาปัญหา ติดขัดตั้งแต่การไม่มีกฎเกณฑ์ กติกาใบอนุญาต
รวมถึงข้อโต้แย้งระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม และบมจ.ทีโอที ในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย
ที่ครอบครองคลื่น 1900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ล้มเหลวด้านการตลาด
เพราะยิ่งนานวันลูกค้ายิ่งหดหาย


หลายครั้งที่ประชุมร่วมดูเหมือนจะมีบทสรุป
แต่ก็ผันเปลี่ยนไป ทันทีที่ออกจากห้องประชุม ก็เปลี่ยนข้อตกลงได้ แม้ล่าสุดวานนี้
(2 ก.ค.)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจะออกมาฟันธงให้ทีโอทีเป็นผู้ดำเนินการก็ตาม
หากปราศจากตัวแทน กสท รับรู้


เอไอเอสพร้อมทุ่ม 7.5
หมื่นล้าน


นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์
อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสพร้อมลงทุนเทคโนโลยี 3จี
บนโครงข่ายใหม่ ซึ่งหากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
อนุมัติให้มีใบอนุญาตในปีนี้ ซึ่งเอไอเอสพร้อมลงทุนปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่อง
3 ปี รวม 7.5 หมื่นล้านบาท โดยหากมีออกใบอนุญาตก็จะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น


ปัจจุบันไม่มีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ทั้งไวแม็กซ์ หรือ
3 จี ขณะที่ประเทศอื่นๆ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็ลงทุนและให้บริการกันไปมากแล้ว
ซึ่งการลงทุนนี้ แม้จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ แต่มีแวลลูเชนต่อเนื่อง
เกิดการสร้างงานของบริษัทคนไทยในพื้นที่ จึงทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย


ขณะเดียวกัน
หากไม่ลงทุนใหม่ทำให้ปัญหาขาดแคลนบริการสื่อสารโทรคมนาคมยังคงขาดแคลนต่อไป
แม้แต่รอบนอกกรุงเทพฯ รังสิต คลอง 4 ปทุมธานีเป็นต้นไปยังไม่มีสายโทรศัพท์เข้าถึง
ทั้งที่เป็นบริการพื้นฐาน
ดังนั้นหากมีบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ประเภทไร้สายก็จะทำให้บริการต่างๆ
เข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง รวดเร็วยิ่งขึ้น


นอกจากนี้เมื่อประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่
ก็ย่อมส่งผลให้ประเทศเติบโตล่าช้าไปด้วย
โดยสิ่งนี้ยังไม่รวมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ประเทศพัฒนาช้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ
การเมือง
เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ขณะที่ถ้าเอไอเอสลงทุนใน 3 ปี จะช่วยเพิ่มศักยภาพการใช้งานมากขึ้น
ตลาดนอนวอยซ์ก็จะเติบโต จากลูกค้าเดิมที่ผันไปใช้มากขึ้น


แนะทีโอทีควรให้เอกชนลงทุน


ส่วนทิศทางให้บริการ 3จีนั้น ได้หารือกับทีโอที
ซึ่งมีสิทธิบริหารกิจการร่วมค้าไทยโมบาย แต่ยังไม่รับรู้เงื่อนไขใดๆ จากทีโอที
หากโมเดลทางธุรกิจส่วนไทยโมบายยังไม่สรุปว่าทีโอที หรือกสท
จะบริหารร่วมกันต่อไปหรือไม่ ในแง่ของการจัดซื้อไม่ควรดำเนินการเอง
แต่ควรให้เอกชนมาลงทุน ส่วนรูปแบบรายละเอียดความร่วมมือจะเป็นเช่นใด
เอไอเอสพร้อมหารือทุกรูปแบบ


“มีผู้มาโจมตีว่าเอไอเอส ไม่สนใจให้บริการ 1900
เมกะเฮิรตซ์นั้นไม่จริงแต่อย่างใด หากทีโอทีได้ดำเนินการ เอไอเอสก็พร้อมมาลงทุน
ซึ่งขึ้นกับเงื่อนไขของภาครัฐด้วย ถ้าภาครัฐจะให้บริการโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค
โอเปอเรเตอร์ เราก็พร้อมหารือ” นายวิเชียร กล่าว


ทั้งนี้ความเสี่ยงของการทำธุรกิจของเอไอเอส
ในปัจจุบันคือเรื่องไม่มีแบนด์วิธ เพียงพอให้บริการ 3 จี
ขณะที่ดีพีซีในเครือเอไอเอสเองก็ไม่ได้รับจัดสรรคลื่นจาก กสท เหมือนที่บริษัท
ทรูมูฟ จำกัด และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นได้รับ
ทั้งที่ดีพีซีจ่ายส่วนแบ่งรายได้ต่อไปให้ กสท กว่า 1 พันล้านบาท
และจ่ายตลอดมาเช่นกัน


“กรณีไทยโมบาย ถ้า
กทช.เชื่อมั่นในกลไกการแข่งขันก็ต้องปล่อยให้บริการได้
โดยควบคุมที่ใบอนุญาตแทนไม่ให้มีการแข่งขันกันมากไป เพราะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ก็เจ๊งไป เพราะมีมากเกินไป
ถ้าจะคิดค่าออกใบอนุญาตสูงเกินไปก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ถ้ามีคู่แข่ง 3-4
รายจะเหมาะสมกับคลื่นที่มีอยู่” นายวิเชียร กล่าว


ดีแทคย้ำ3จีดันเศรษฐกิจโต


นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล
แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า
ดีแทคมองว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะเติบโตไปไม่ได้ถ้าไม่มีการลงทุน
โดยหากเปิดให้ใบอนุญาต 3จี ก็จะเข้ามาเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตไปด้วย
เพราะอุตสาหกรรมนี้ลงทุนสูง จึงมีธุรกิจต่อเนื่อง


จะเห็นได้จากที่แม้ยังไม่มีการลงทุน 3
จีบนคลื่นความถี่ใหม่ แต่ดีแทคก็มีแผนลงทุนสถานีฐานใหม่เพิ่ม 1,500
แห่งที่ล้วนใช้แรงงานท้องถิ่นทั่วประเทศ


ไอซีทีเล็งให้เอกชนเช่าโครงข่าย


แหล่งข่าวกระทรวงไอซีที หน่วยงานกำกับนโยบายทีโอที
และกสท กล่าวถึงรูปแบบการให้บริการของไทยโมบายว่า
จะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาเช่าใช้โครงข่าย โดยทีโอทีมีสิทธิบริหาร ขณะที่ กสท
ยังมีหุ้นอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิบริหาร
ซึ่งเมื่อเอกชนบริหารส่งรายได้ตามส่วนแบ่งปีละ 25% ทั้งคู่จะยังได้ประโยชน์
และเอกชนก็ได้ประโยชน์แง่การประหยัดต้นทุน เรียกได้ว่า “วิน วิน” ทุกฝ่าย


ขณะที่แหล่งข่าว บมจ.ทีโอที กล่าวว่า
ทีโอทีได้หารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
แล้วเรื่องการโอนสิทธิบริหารกิจการไทยโมบาย
ซึ่งคาดว่าทีโอทีจะบริหารงานอย่างเด็ดขาดได้เอง โดย กสท ไม่มีสิทธิบริหาร


ทั้งนี้ปัจจุบันทีโอทีจัดทำแผนธุรกิจสำหรับไทยโมบายเสร็จแล้ว
และมีหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล
เช่นถ้ารัฐบาลต้องการให้เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายในรูปแบบโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค
โอเปอเรเตอร์ (เอ็มวีเอ็น โอ) ทีโอที ก็ได้เตรียมเงื่อนไข วิธีการ ไว้แล้วเช่นกัน


อีกทั้งพร้อมเปิดให้เอกชนทุกรายเสนอแบ่งผลประโยชน์ได้อย่างทัดเทียม
ซึ่งคาดจะเสนอสู่การพิจารณาของบอร์ด ทีโอที
เพื่อนำเข้าวาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 2-3
เดือน


ที่มาจาก  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ