มุมมอง 2 ยักษ์ “เบอร์เดียวทุกระบบ”

Home / Mobile & Tablet / มุมมอง 2 ยักษ์ “เบอร์เดียวทุกระบบ”

สัมภาษณ์






เบอร์เดียวทุกระบบ”

“ลูกค้าเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยึดติดกับเบอร์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

“ประเทศอื่นที่ใช้แล้วไม่เวิร์กก็เยอะ”

“ลงทุนสูงมากไม่รู้จะคุ้มหรือเปล่า

“ดีกับผู้บริโภคแน่ เพราะเบอร์ไม่ได้ผูกกับโอเปอเรเตอร์อีกแล้ว”

อื่นๆ อีกมากมาย สำหรับความคิดความเห็นเรื่อง “number portability” (การใช้เบอร์เดียวทุกระบบ) ซึ่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช.อยู่ระหว่างยกร่างประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์สิทธิการคงเลขหมายโทรศัพท์ เคลื่อนที่ (number portability) คาดว่าจะแล้วเสร็จและประกาศใช้ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ (ผู้บริโภคจะได้ใช้จริงเมื่อไรและแบบไหนเป็น อีกเรื่อง)

“ประชาชาติธุรกิจ” ฉบับนี้มีโอกาสพูดคุย

กับ 2 ผู้บริหารจาก 2 บริษัทมือถือ “ธนา

เธียรอัจฉริยะ” จากดีแทค และ “ฐิติพงศ์

เขียวไพศาล” เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในหลายแง่มุมมีรายละเอียดดังนี้

– นัมเบอร์พอร์ตจะส่งผลต่อตลาดในภาพรวมอย่างไร

ธนา : ดีในแง่เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้า แต่ถ้าทำเฉพาะกับโทรศัพท์มือถือเท่านั้นคงมี ผลกระทบในระดับหนึ่งแต่ไม่เยอะ เพราะกลุ่ม พรีเพดไม่ได้แคร์เรื่องเบอร์อยู่แล้ว ขณะที่ถ้าจะมีผลกับตลาดโพสต์เพด ก็เกิดกับดีแทคและ เอไอเอสเป็นหลัก เพราะมีฐานลูกค้ามากหน่อย ทรูมูฟมีน้อยมาก ปัจจัยที่

กระตุ้นให้ลูกค้าย้ายไปยังอีกบริษัทได้ ง่ายที่สุดยังคือราคา ซึ่งผมเชื่อว่าไม่น่าจะรุนแรงมากแล้ว เพราะที่
ผ่านมาต่างเจ็บตัวกันถ้วนหน้า ทำแล้วไม่มีใครได้อะไร







ฐิติ พงศ์ : น่าจะกระทบกับกลุ่มลูกค้าที่เซ็น ซิทีฟกับโปรโมชั่น ซึ่งกลุ่มนี้จะมูฟไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว พฤติกรรมลูกค้าวันนี้คือมีเบอร์หลัก และเบอร์โทร.ออก ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามโปรโมชั่น แต่แน่นอนว่าใครที่มีคุณภาพที่ดีกว่าจะได้เปรียบ เพราะผู้บริโภคจะเปลี่ยนใจยากขึ้น แต่ต้องบอกว่าคงฟันธงไม่ได้ว่าเมื่อเริ่มใช้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบในแง่โอเปอเรเตอร์ แต่ผู้บริโภคน่าจะได้ประโยชน์แน่ๆ

– ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการเปลี่ยนก็สำคัญ

ธนา : มีผลมาก เช่น กำหนดให้เปลี่ยนค่ายได้ภายใน 3 วัน กับเปลี่ยนได้ทันทีก็ต่างกันเยอะ ซึ่งทางเทคนิคเท่าที่ได้ยินค่อนข้างซับซ้อนมาก ซึ่งจะออกมาเป็นยังไงต้องรอดูเงื่อนไขของ กทช. แต่ความตั้งใจของโอเปอเรเตอร์ก็มีส่วนมาก เช่น ถ้ามีค่ายหนึ่งประกาศว่าถ้าลูกค้าย้ายมาอยู่กับตนจะให้โทร.ฟรี 500-700 บาท ก็คงมีอิมแพ็กต์มาก เกิดการต่อสู้แข่งขันกันอย่างรุนแรง

ฐิติพงศ์ : ถูกแพง เร็วช้า มีผลแน่ แต่จะแค่ไหนต้องรอดูหลักเกณฑ์ของ กทช. ในต่างประเทศ ช่วงที่มีการเปิดบริการนี้ใหม่ๆ ก็จะมีการทำ

โปร โมชั่นกันรุนแรงเพื่อแย่งลูกค้า แต่ทำไปสักพักก็เริ่มซา ในบ้านเราวันนี้ถ้าดูจากการทำตลาดในช่วง 6-8 เดือนที่ผ่านมาของโอเปอเรเตอร์แต่ละราย ไม่คิดว่าจะมีการดัมพ์ราคากันอย่างรุนแรงอีก

– จะแข่งกันพัฒนาบริการเพื่อดึงลูกค้ามากขึ้น

ธนา : ต้องทำหลายส่วน เราเองก็เตรียมไว้บ้างเหมือนกัน ทำมาหลายเดือนแล้ว คาดว่าภายในเดือน มี.ค.คงได้เห็น เป็นอะไรที่จะออกมาเพื่อดึงลูกค้าเดิมไว้และดึงลูกค้าใหม่เข้ามา ซึ่งยังบอกรายละเอียดไม่ได้ บอกได้แค่ว่าจะดึงลูกค้าได้มากกว่าราคา ความรุนแรงของนัมเบอร์พอร์ตจะเกิดขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะราคาก็ต้องเป็นบริการอะไรสักอย่างที่ถูกใจลูกค้ามากๆ ใครคิดได้ได้เปรียบ

ฐิติพงศ์ : เราทำทุกเรื่องพร้อมๆ กันอยู่แล้ว ทั้งการพัฒนาคุณภาพบริการ การให้สิทธิประโยชน์กับลูกค้า การนำเสนอรูปแบบบริการใหม่ๆ เป็นต้น ไม่ว่าจะมีนัมเบอร์พอร์ตหรือไม่เราก็ทำอยู่แล้ว เพราะเรามองว่าการลดราคาเพื่อดึงลูกค้า ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคอะไร แต่การดึงลูกค้าด้วยวิธีอื่นมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ ลูกค้าอยู่กับเราเพราะความคุ้มค่า เพราะเราให้บริการพื้นฐานดีที่สุด หรือติดกับเซอร์วิสบางอย่าง

– พร้อมแค่ไหนกับการใช้นัมเบอร์พอร์ต

ธนา : เราคงไม่ต่างจากคนอื่น

ฐิติพงศ์ : เราเชื่อว่าเราพร้อม ความพร้อม

มี 2 เรื่อง 1.มีทีมงานที่ทำงานร่วมกันระหว่างโอเปอเรเตอร์แต่ละราย 2.ความพร้อมในองค์กร ด้านการทำตลาด การดูแลลูกค้า การพัฒนาคุณภาพบริการ และเซอร์วิสต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เราต้องรู้ด้วยว่า ถ้ามีนัมเบอร์พอร์ตแล้ว ลูกค้าที่มีโอกาสย้ายออกไปควรจะเป็นใคร เป็นกลุ่มไหน และเราจะทำยังไงกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งต้องทำตอนที่เขายังอยู่ เรียกว่าเป็นศาสตร์ทางด้านซีอาร์เอ็มก็คงได้

บางคนมองว่ามี นัมเบอร์พอร์ตแล้ว เจ้าใหญ่เสียเปรียบ อีกข้างก็ว่าโอกาสที่ลูกค้าจะอยู่กับเราก็มากขึ้น ซึ่งเราต้องเตรียมไว้หมด เตรียมอะไรบ้างที่เป็นท่ามาตรฐานก็คงไม่ต้องบอกเพราะรู้กันอยู่แล้ว แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คงบอกลึกไม่ได้ (หัวเราะ)


– สภาพตลาดมือถือโดยรวมๆ ในขณะนี้เป็นอย่างไร

ธนา : ตลาดโดยรวมๆ ค่อนข้างนิ่งๆ เดือน ม.ค.แต่ละรายไม่ค่อยได้ทำอะไรกันมาก ข้อดีคือค่าใช้จ่ายลดลงไปเยอะ ในแง่การเติบโตของลูกค้าถ้าเทียบกับ 3 เดือนที่แล้วก็ถือว่าปกติ ยอดขายรวมๆ กัน 3 เจ้าต่อเดือนก็ประมาณ 3 ล้าน หมายถึงลูกค้าใหม่นะ แต่มีลูกค้าออก 2 ล้าน หักไปมาเน็ตเหลือ 1 ล้าน แต่เดือน ก.พ.นี้ดีแทคจะเริ่มเดินสายไปในต่างจังหวัด เพราะคิดว่ายังมีลูกค้าอีกเยอะที่อยากใช้บริการของเรา มีพื้นที่อีกเยอะที่เคยมีแต่เอไอเอส

ฐิติพงศ์ : ตลาดโดยรวมค่อนข้างนิ่งๆ เทียบกับดีแทคและทรูมูฟ เอไอเอสน่าจะแอ็กทีฟสุดในการทำตลาด เรามีโปรโมชั่นใหม่ทั้งวัน-ทู-คอลและ จีเอสเอ็ม ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก แต่กับฮัทช์ต้องถือว่าแอ็กทีฟเช่นกัน เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในแง่โปรโมชั่น แต่วอลุ่มน้อยเพราะลูกค้าต้องซื้อมือถือด้วย

ถ้าให้คาดการณ์ตลาดใน ไตรมาสแรกปีนี้ น่าจะเป็นการแข่งกันเพื่อหาลูกค้าตัวจริงมากขึ้น ซึ่งถึงเวลาจะเป็นอย่างที่ผมพูดหรือเปล่าคงตอบยาก ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละเจ้าด้วย แต่เราจะโฟกัสของเราแบบนี้


ที่มา – หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ