แบ่งรายได้ให้ iPhone เอไอเอส บอก ” อิมพอสสิเบิ้ล !! ”

Home / Mobile & Tablet / แบ่งรายได้ให้ iPhone เอไอเอส บอก ” อิมพอสสิเบิ้ล !! ”

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า


ขณะนี้การเจรจาทำตลาดไอโฟน ยังเป็นขั้นตอนระหว่างแอ๊ปเปิ้ล กับสิงเทล โดยยังไม่ทราบกำหนดเวลาว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไร


อย่างไรก็ตาม หากจะทำตลาดได้ แอ๊ปเปิ้ล ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ไม่ใช่เป็นการเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้จากค่าโทรศัพท์อย่างที่เค ยเสนอมา เพราะผู้ให้บริการมือถือแต่ละรายในไทย ต่างก็ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้คู่สัญญาสัมปทานเดิมอยู่แล้ว


ดังนั้น การแบ่งส่วนแบ่งรายได้แก่ไอโฟน จึงไม่น่าใช่รูปแบบธุรกิจที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ แม้การทำธุรกิจที่ร่วมกันระหว่างบริษัทเจ้าของเครื่อง กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม จะเป็นทางการกว่า แต่ปัจจุบันก็มีเครื่องไอโฟนที่หิ้วเข้ามาอยู่แล้ว

ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักการตลาดบริการสื่อสารไร้สายเอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ค้ารายย่อยนำเข้าเครื่องมาอยู่นับหมื่นเครื่อง โดยจะมีผู้เจาะระบบในเฟิร์มแวร์ของแอ๊ปเปิ้ล เพื่อให้สามารถใช้งานได้ หรือใช้เทคนิคแปลงซิมให้เหมือนเป็นซิมที่อยู่ในสหรัฐ เพื่อจะให้ใช้งานได้ตามปกติ

รายงานข่าวจากวอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า แอ๊ปเปิ้ลมีแผนจะปลดล็อกโทรศัพท์มือถือไอโฟน อย่างเป็นทางการเดือน ก.พ.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานกับไอโฟน และเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด ทัช

วันเดียวกัน แอ๊ปเปิ้ลยังเผยผลประกอบการล่าสุดว่า มีกำไรเพิ่มขึ้น 1.58 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเครื่องแมคอินทอช ไอโฟน และไอพ็อด


โดยเฉพาะยอดจำหน่ายมือถือไอโฟน ซึ่งไตรมาสดังกล่าวมียอดขาย 2.32 ล้านเครื่อง ขณะที่ ยอดขายสะสมรวม 4 ล้านเครื่อง หลังจากวางจำหน่ายครั้งแรกสหรัฐ สิ้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ด้านนางสาวเวทจารี ภัทรปฏิการ นักวิเคราะห์การตลาด บริษัท ไอดีซี กล่าวว่า การเข้ามาทำตลาดไอโฟนไม่น่าจะกระตุ้นตลาดเท่าไรนัก


เนื่องจากจะเป็นผู้ใช้กลุ่มเฉพาะ และจำกัดอยู่ในตลาดบน ขณะที่ ตลาดมือถือไทย ฐานผู้ซื้อกลุ่มหลัก กว่า 34.8% จะซื้อเครื่องราคาต่ำกว่า 3 พันบาท และระดับ 3-4 พันบาท ราว 17% และระดับ 5-8 พันบาท 15.2%

โดยคาดว่าปีนี้ ตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ นับรวมอุปกรณ์ที่มีหลายคุณสมบัติ (converged device) อย่างพีดีเอโฟน และกลุ่มพีดีเอ คาดว่าจะอยู่ที่ 15 ล้านเครื่อง จากปีที่ผ่านมา 10.2 ล้านเครื่อง โดยสัดส่วนอุปกรณ์มือถือ 79.3% อุปกรณ์พีดีเอโฟนหรือสมาร์ทโฟน 20.5% และ 0.2% เป็นพีดีเอ


ที่มา – www.arip.co.th