รีวิว LG 42LW6500 Cinema 3D LED TV ทรงเครื่องยิ่งกว่าเย็นตาโฟ

Home / IT News / รีวิว LG 42LW6500 Cinema 3D LED TV ทรงเครื่องยิ่งกว่าเย็นตาโฟ

 

ปี 2010 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่เปิดศักราชใหม่ของวงการทีวี เพราะเทคโนโลยีทีวี 3 มิติได้มีการเปิดตัวแข่งขันกันแทบทุกแบรนด์ ผมเชื่อว่าเกือบทุกท่านอย่างน้อยก็ได้เคย “ลอง” สวมแว่นตา 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นตามห้างร้านหรืองานแสดงสินค้ากันไปบ้างแล้ว คงมีทั้งความรู้สึกติดอกติดใจกับ “มิติภาพ” ที่มีทั้ง “ลอย” และ “ลึก” เหนือทีวี 2 มิติธรรมดาแบบจับต้องได้ แต่ก็ยังมีจุดด้อยบางประการอยู่เช่นกัน จึงทำให้การแข่งขันของค่ายทีวีชั้นนำในการพัฒนาคุณภาพของทีวี 3 มิตินั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น

 

 

โดยในปี 2010 นั้นทุกค่ายใช้เทคโนโลยี 3D แบบ Active ซึ่งต้องใช้แว่น 3 มิติแบบ Active Shutter Glasses ที่เปิด-ปิดเลนส์ตาซ้ายและขวาสลับกันในการรับชม ข้อดีก็คือได้ภาพ Full Frame ในการส่งภาพสลับเข้าตาซ้ายและตาขวา อย่างไรก็ตามข้อเสียที่ผมเชื่อว่าหลายท่านเห็นพ้องต้องกับผมก็คือ หากดูในที่สว่าง การกระพริบของภาพก็มักจะเกิดขึ้น เนื่องจากแว่นต้องเปิดปิดเลนส์ตาซ้ายและขวาอย่างรวดเร็วตลอดเวลา รวมถึงปัญหาการ Sync สัญญาณระหว่างตัวทีวีและตัวแว่นตา ตลอดจนแว่น 3 มิตินั้นมีราคาค่อนข้างสูง มีน้ำหนักเยอะ แถมเมื่อแบตเตอรี่หมดก็ต้องชาร์จหรือซื้อแบตเตอรี่ก้อนใหม่เปลี่ยนอีก !!!

 

 

นขณะที่ LG เองก็โชว์ความห้าวหาญ “กล้า” ที่จะ “สวนกระแส” เลิกผลิต 3D แบบ Active แบบที่ทุกค่ายทีวีใช้อยู่และหันไปโฟกัสเทคโนโลยีแบบ Passive ซึ่งใช้แว่นตาแบบ Polarized แทนซึ่งทางผมเองเคยนำเอาเทคโนโลยีแบบนี้มาโชว์ในงาน BAV Show 2010 เมื่อกลางปีที่แล้ว โดยตอนนั้นที่เอามาโชว์คือ JVC 3D LCD Monitor 42″ ซึ่งผลตอบรับเรื่องมิติภาพและความสะดวกสบายและง่ายต่อการรับชมนั้นมาเป็น “อันดับที่ 1” เหนือ 3D TV ค่ายอื่นๆเลยเมื่อเราทำการให้ผู้ชมโหวตหลังจากใส่แว่นดูครบทุกแบรนด์ ซึ่ง LED TV ของ LG ในปี 2011 “ทุกรุ่น” ก็จะหันมาใช้เทคโนโลยี 3D แบบ Passive ทั้งหมด และ LG ได้ให้ชื่อทางการตลาดเทคโนลยี 3D แบบ Polarized ว่า “Cinema 3D” ซึ่งโรงหนังส่วนใหญ่เช่น IMAX และ Dolby 3D (ที่อยู่ในเครือ Major Cineplex และ Major Hollywood) ก็ใช้เทคโนโลยีที่มีพื้นฐานหลักการเดียวกันครับ

 

ทาง LG เองก็มีการส่ง LG 42LW6500 ให้กับทีมงาน LCDTVTHAILAND ให้ทดสอบกันตั้งแต่สินค้าเพิ่งคลอดออกตลาดใหม่ๆ ด้วยความบ้าเห่อเทคโนโลยีใหม่ๆของทีวีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยทำให้ผมรีบแกะกล่องทดสอบเจ้าทีวีตัวนี้ตั้งแต่เครื่องได้ถูกมาส่งที่หน้า Office เลยครับ.

 

 

ติดตามรีวิวเต็มรูปแบบได้ที่ LCDTVTHAILAND.COM

Credit by Roman & KeNnEtH