Kaspersky Lab เผยภัยคุกคามตู้ ATM ในอนาคตอันใกล้ Biometric skimmers มาถึงแล้ว!!

Home / IT News / Kaspersky Lab เผยภัยคุกคามตู้ ATM ในอนาคตอันใกล้ Biometric skimmers มาถึงแล้ว!!
atm

ทีมผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ แลป ได้สืบสาววิธีที่โจรไซเบอร์จะเอาประโยชน์จากเทคโนโลยีตรวจพิสูจน์รับรองที่ใช้กับตู้ ATM ได้แก่ โซลูชั่นเชิงชีวภาพหรือไบโอเมติกซ์ ซึ่งทางธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งกำลังพิจารณานำมาใช้งาน แม้จะไม่ทดแทนเทคโนโลยีเดิมโดยสิ้นเชิง แต่จะเสริมจากวิธีการตรวจพิสูจน์ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ทางผู้ร้ายไซเบอร์เองก็มองว่าเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์นี้คือโอกาสใหม่ในการโจรกรรมข้อมูลสำคัญได้อีกมากมาย

ผู้ร้ายยอดนักปลอมแปลงขโมยข้อมูลบนบัตรเอทีเอ็มมานานแล้ว โดยทั้งหมดเริ่มที่สกิมเมอร์แบบบ้านๆ ทำขึ้นเองง่ายๆ เป็นแผงกดรหัสเอทีเอ็มที่ปลอมขึ้น บางครั้งมีกล้องเว็บด้วย แล้วนำมาติดตั้งบนตู้เอทีเอ็ม คอยดักขโมยข้อมูลบนแถบแม่เหล็กและรหัส ต่อมา ได้ออกแบบปรับปรุงให้อุปกรณ์แนบเนียนยิ่งขึ้น จนรอดสายตาไม่เป็นที่สังเกต แต่ติดตั้งยากขึ้น และสามารถโคลนบัตรชำระเงินแบบติดชิปใส่รหัสได้ด้วย

โดยอุปกรณ์วิวัฒนาการมาเป็น ชิมเมอร์ shimmers ซึ่งก็เหมือนเดิมเสียส่วนมาก แต่สามารถเก็บข้อมูลจากชิปบนการ์ดได้ด้วย จึงมีข้อมูลพอที่จะจู่โจมทางออนไลน์ในภายหลัง ดังนั้น อุตสาหกรรมการเงินจึงหาทางต่อกรด้วยโซลูชั่นเพื่อการตรวจพิสูจน์รับรองแบบใหม่ ที่บางตัวก็เป็นเชิงไบโอเมตริกซ์

atm-catatronic

จากการตรวจสอบเจาะลึกเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ใต้ดิน พบว่าอย่างน้อยๆ มีผู้ขายใต้ดินอยู่แล้วถึงสิบสองรายที่ขาย สกิมเมอร์ ใช้ขโมยรอยนิ้วมือ และมีอีกอย่างน้อยสามรายขายอุปกรณ์ดึงข้อมูลแบบผิดกฎหมายจากระบบตรวจเส้นโลหิตดำบนฝ่ามือและระบบจำรูม่านตา

มีการสังเกตพบคลื่นลูกแรกของไบโอเมตริกซ์สกิมเมอร์ใน การทดสอบก่อนการขาย เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 หลักฐานที่เก็บได้โดยนักวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลปชี้ว่า ในการทดสอบช่วงแรกๆ ยังมีบั๊กอยู่หลายตัว โดยที่ปัญหาหลักอยู่ที่จีเอสเอ็มโมดูล (GSM modules) ที่โอนย้ายข้อมูลไบโอเมตริกซ์มักจะทำงานช้าเกินไปเมื่อมีข้อมูลมาก ผลคือ สกิมเมอร์ในเวอร์ชั่นใหม่จะใช้เทคโนโลยีส์ในการโอนย้ายข้อมูลอื่นที่ทำได้เร็วกว่านี้

และยังมีสัญญานส่อให้เห็นการพูดคุยอย่างต่อเนื่องในคอมมูนิตี้ใต้ดินเรื่องการพัฒนาโมบายล์แอพพลิเคชั่นที่ใช้การวางหน้ากากลงบนใบหน้าของมนุษย์ ทำให้ผู้ร้ายสามารถนำรูปถ่ายที่โพสต์ตามโซเชียลมีเดียมาใช้เพื่อหลอกระบบการจดจำใบหน้าได้