DTAC กำไรต่ำสุดในรอบ 13 ปี

Home / IT News / DTAC กำไรต่ำสุดในรอบ 13 ปี

บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เผยแผย่เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2559

DTAC-Down

ถึงแม้รายได้พรีเพดของ DTAC จะเริ่มทรงตัวหลังจากการออกโปรโมชั่นอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ให้กับลูกค้าทั้งหมดในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. แต่เราเชื่อว่าโปรโมชั่นอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์จากคู่แข่งจะยังคงอยู่ในระดับสูงและแข่งขันรุนแรงต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ดังนั้นจึงถือว่าเป็นความท้าทายสำหรับ DTAC ว่าจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งรายได้ พรีเพดกลับมาจากคู่แข่งได้หรือไม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ผลการดำเนินงานหลักของบริษัทอาจจะมีแนวโน้มนำไปสู่ผลขาดทุนได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้หากบริษัทยังคงไม่สามารถดึงหรือเพิ่มส่วนแบ่งรายได้กลับมาได้ ซึ่งเราคิดว่าบริษัทคงจะพยายามที่หลีกเลี่ยงผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้น นอกเหนือจากผลการดำเนินงานหลักที่ยังคงอ่อนแอแล้ว ยังคงมีความไม่แน่นอนสำหࡍ ับระยะเวลาการเปิดประมูลคลื่นใหม่ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจในระยะยาวของบริษัท เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยรอการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลัก

สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/59—กำไรหลักต่ำกว่าคาด
DTAC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 141 ล้านบาท ลดลง 90% YoY และ 89% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาทและค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างองค์กร 394 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 กำไรหลักไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 539 ล้านบาท ลดลง 66% YoY และ 54% QoQ กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด 72% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษข้างต้น กำไรหลักต่ำกว่าคาด 10% เนื่องจากรายได้บริการที่ต่ำกว่าคาด และผลขาดทุนจากการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่สูงกว่าคาด กำไรหลักที่ลดลงเนื่องจากรายได้บริการที่ลดลง ผลขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน ซึ่งกลบผลกระทบทางบวกจากต้นทุนด้านกฎระเบียบที่ลดลง ผลขาดทุนขั้นต้นจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 18% YoY แลม 483% QoQ เนื่องจากการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์สำหรับลูกค้าระบบพรีเพดที่เพิ่มขึ้น รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) ลดลง 2.4% ทั้ง YoY และ QoQ (ดูรายละเอียดในหน้าที่ 4)

บริษัทปรับเป้ารายได้บริการปี 2559 ลงจากเดิม
บริษัททำการปรับเป้ารายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) สำหรับปี 2559 ลงจาก “คงที่หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย” เป็น “ลดลงเล็กน้อย” เพื่อสะท้อนรายได้บริการที่ลดลง 2.2% YoY ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 แต่ปรับเป้าอัตราส่วน EBITDA มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นจาก 27-31% ไปเป็น 31-33% เพื่อสะท้อนจำนวนเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่อาจจะต่ำกว่าที่บริษัทเคยคาดก่อนหน้าสำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 งบลงทุนยังคงเท่าเดิมที่ 2 หมื่นล้านบาทสำหรับในปี 2559 เรายังคงใช้สมมติฐานรายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) สำหรับปี 2559 ลดลง 2.5% YoY และอัตราส่วน EBITDA มาร์จิ้นที่ 31.4%

เราใช้สมมติฐานกรอบล่างของเป้า EBITDA มาร์จิ้นของบริษัทเนื่องจากเรายังคงคาดหวังว่าแคมเปญการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์จะยังคงสูงอยู่ในตลาดโทรศัพท์มือถือสำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ซึ่งนำโดยแคมเปญของ ADVANC ซึ่งลดราคาค่าเครื่องสูงถึง 50-70% เราทำการคำนวณรวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างองค์กรซึ่งเกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 394 ล้านบาทเข้าไปในประมาณการและทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 11% (เหลือ 2.93 พันล้านบาท) แต่ยังคงประมาณการกำไรหลักสำหรับปี 2559 ไว้เท่าเดิม

รายได้พรีเพดเริ่มนิ่งมากขึ้นในเดือนมิ.ย.-ก.ค.
หลังจากที่ DTAC ได้ทำการเปิดตัวแคมเปญอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ให้กับทั้งลูกค้ารายปัจจุบันและรายใหม่ทั่วประเทศซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นมา เริ่มเห็นพัฒนาการทางบวกได้แก่ รายได้พรีเพดเริ่มที่จะทรงตัวและมีเสถียรภาพมากขึ้น ถึงแม้ว่าอัตราการย้ายค่ายของลูกค้าระบบ พรีเพดจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตามในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. ในส่วนของค่าใช้จ่าย คาดว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหรือมีนัยสำคัญหลังจากการปรับโครงสร้างองค์กรไปในช่วงไตรมาส 2/59 ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าจะยังคงเป็นความท้าทายสำหรับ DTAC ที่จะเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ระบบพรีเพดในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากแคมเปญระบบพรีเพดที่ยังคงรุนแรงอยู่ของคู่แข่งรายอื่นในอุตสาหกรรม เราไม่คาดว่าจะเห็นการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านกฎระเบียบไปมากกว่านี้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากได้รับส่วนลดพิเศษจากวอลุ่มของอัตราค่าโรมมิ่งไปแล้วในช่วงไตรมาส 2/59

ที่มาจาก บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)