บ๊อชเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน และเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

Home / IT News / บ๊อชเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน และเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

บ๊อชเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน และเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต รองรับความต้องการของผู้บริโภคและอุตสาหกรรม

unnamed

บรรยายภาพ (ซ้าย-ขวา): คุณเศกระพี สงวนดีกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แผนกธุรกิจอะไหล่รถยนต์, คุณธนวรรรณ สวามิภักดิ์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด แผนกธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, คุณชัยพร รัตนเชตกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทย แผนกธุรกิจเครื่องมือไฟฟ้า, คุณโจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ, คุณกา ซียอง ออง ผู้จัดการทั่วไป แผนกธุรกิจระบบรักษาความปลอดภัย, คุณราล์ฟ ซีเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แผนกธุรกิจเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและควบคุม และ คุณทวีสิทธิ์ สิทธานุกูล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด แผนกธุรกิจโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน

 

กรุงเทพฯ – บ๊อช ประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในพันธกิจที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน ผ่านโชว์เคสที่ชูไฮไลต์ด้านการพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยี และบริการต่างๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยธุรกิจหลัก 6 หน่วย ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” (Invented for Life) นำเสนอต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในธีม Innovation House ที่กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ปีที่ผ่านมา บ๊อชได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 5 พันล้านยูโร (ประมาณ 192,000 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ10 ของยอดขายรวมของกลุ่มบริษัทบ๊อช เมื่อเร็วๆ นี้ บ๊อชได้เปิดศูนย์วิจัยแห่งใหม่ที่เมืองเรนนิงเก้น ประเทศเยอรมนีซึ่งใช้เงินลงทุนมูลค่า 310 ล้านยูโร และจะดำเนินงานโดยยึดคติพจน์ที่ว่า ‘Connected for millions of Ideas” หรือ “เชื่อมโยงกัน ปันนับล้านไอเดีย” โดยทำหน้าที่เป็นฮับศูนย์กลางเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาระดับโลกของบ๊อช ปัจจุบัน บ๊อชมีเครือข่ายวิศวกรซอฟต์แวร์ 15,000 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโซลูชั่น Internet of Things (IoT) 3,000 คน และมีแผนที่จะว่าจ้างบัณฑิตที่ผ่านการอบรมแล้วอีกกว่า 12,000 คนทั่วโลก

บ๊อชจึงไม่เป็นแต่เพียงผู้นำตลาดโลกในด้านอุปกรณ์ตรวจจับเครื่องกลระดับไมโคร (micromechanical sensors) แต่ยังขยายขอบเขตไปสู่ธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ด้วยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บ๊อชเล็งเห็นศักยภาพมหาศาลในธุรกิจบริการที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการขับเคลื่อนด้วยอินเทอร์เน็ต (connectivity)

ภายในงาน Bosch Innovation House บ๊อชได้นำเสนอข้อมูลจากแผนกธุรกิจหลักทั้งหก โดยชูประเด็นหลักด้านความก้าวหน้าใหม่ๆ ของโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน (mobility solutions) รวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต (connected technology) ซึ่งมีบทบาทผลักดันให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ อีกมากมาย

โซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Solutions)

แผนกอะไหล่ทดแทนยานยนต์ในประเทศไทยได้อวดโฉมเทคโนโลยีอันล้ำหน้าทางด้านอะไหล่ยานยนต์ต่างๆ มากมาย อาทิ แบตเตอรีชนิดต่างๆ ที่มีพลังงานจุมากกว่าเดิมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จำเป็นต่างๆ รวมถึงใบปัดน้ำฝนที่ผสานเทคโนโลยียางปัดน้ำฝนอันล้ำสมัยกับการเคลือบแบบพิเศษที่มีสิทธิบัตรเฉพาะ และหัวเทียนชนิดต่างๆ ที่ผ่านกรรมวิธีเชื่อมด้วยแสงเลเซอร์ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเก่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

บ๊อชยังได้สนับสนุนแคมเปญ ‘Stop the Crash’ ของหน่วยงานทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์ระดับโลกอย่าง Global NCAP (Global New Car Assessment Program) เพื่อส่งเสริมการขับขี่อย่างปลอดภัย จากข้อมูลของ NCAP พบว่า ทุกๆ วัน อุบัติภัยบนท้องถนนได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 3,000 คนทั่วโลก บ๊อชเป็นผู้คิดค้นและจดสิทธิบัตรระบบเบรค ABS (Anti-Lock Braking System) รายแรกของโลกในการควบคุมรถและคงเสถียรภาพการทรงตัวให้คงอยู่ได้ ระบบนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน สำหรับงาน BOSCH Innovation House ผู้เข้าเยี่ยมชมจะได้สัมผัสกับระบบจำลองที่ทำให้รับรู้ความรู้สึกจริงเมื่อได้ขับขี่ในระบบที่แตกต่างกันระหว่างมีและไม่มีระบบเบรก ABS อนึ่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (Electronic Stability Program: ESP) ยังถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่ ซึ่งมีหลากหลาย เช่น ระบบเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะมีส่วนช่วยผู้ขับขี่ให้รอดพ้นจากอันตรายในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต (connected technology)

แผนกขับขี่และควบคุม(Drive and Control unit) ของบ๊อชมีส่วนช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมโรงงานและเครื่องกลต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานเข้ากับความรู้และชำนาญทางอุตสาหกรรมที่โดดเด่น สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสมรรถนะการทำงานให้กับเครื่องจักร ประสิทธิภาพของผู้ผลิต และผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง (end user) ปัจจุบันบ๊อชเดินหน้าเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (industry 4.0) ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์ เครื่องจักร และอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงถึงกัน แขนกลต่างๆ ที่นำมาแสดงในงานนิทรรศการแสดงให้เห็นว่า การควบคุมสายการผลิตต่างๆ สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่มุมใดของโลก โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต

การขับเคลื่อนด้วยอินเทอร์เน็ตนั้นแทรกซึมอยู่ในทุกวงการธุรกิจ บ๊อชจึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเมืองทั้งเมืองเข้าด้วยกัน และได้นำยานยนต์ต่างๆ เข้าสู่ระบบออนไลน์ ช่วยให้สามารถควบคุมระบบการทำความร้อนได้ด้วยแอพพลิเคชั่น และรวบรวมกลุ่มซัพพลายเออร์ให้เข้ามาอยู่ในซัพพลายเชน นอกจากนี้ ยังได้คิดค้นเตาไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้านที่สามารถเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต ในงานนี้ แผนกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของบ๊อชยังได้แสดงผลงานเทคโนโลยีอุปกรณ์ตรวจจับ (sensor technology) ที่ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายในชีวิตประจำวันด้วย ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีอันล้ำสมัยช่วยให้เครื่องดูดฝุ่นรุ่นล่าสุดของบ๊อชสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นทุกประเภท หรือเตารีดที่ควบคุมการเปิด / ปิดด้วยระบบสัมผัสช่วยให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด

ส่วนแผนกเครื่องมือไฟฟ้า ได้เปิดศักราชใหม่ของ ‘ระบบชาร์จแบตแบบไร้สาย’ ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ด้วยระบบการชาร์จระบบไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (inductive charging) แบบไร้สาย ที่ช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้ โดยสามารถชาร์จแบตเตอรีในระหว่างเปิดเครื่องทำงานได้ และอีกนวัตกรรมเด็ดอีกอย่างของบ๊อชก็คือ อุปกรณ์เครื่องวัดเลเซอร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบดิจิตอลอื่นๆ ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะสามารถส่งข้อมูลและบันทึกผลการวัดต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

ระบบรักษาความปลอดภัยของบ๊อชนั้น มีบทบาทสำคัญในยามที่อัตราการเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เทคโนโลยีอันล้ำสมัยด้านระบบรักษาความปลอดภัยของบ๊อชช่วยให้สามารถบันทึกและจับภาพที่คมชัดอย่างยอดเยี่ยม ผ่านเครือข่ายกล้องวงจรปิดจอกว้างที่เชื่อมโยงถึงกัน สร้างความอุ่นใจให้กับชีวิตของผู้คนได้ดียิ่งขึ้น

“ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ (web-enabled product) และเข้าถึงผ่านบริการระบบอินเทอร์เน็ต จะเป็นทัพหน้าที่แข็งแกร่งของเราในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนและการเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต (connectivity) เรายังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย โซลูชั่นที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ รวมทั้งโซลูชั่นด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ สำหรับระบบทำความร้อนอัจฉริยะ และระบบที่ใช้ในอาคาร ระบบที่รองรับการเชื่อมต่อกันระหว่างอุตสาหกรรม (connected industry) และระหว่างอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ (connected mobility)

บ๊อช ประเทศไทยจะไม่หยุดยั้งในการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมและการเชื่อมโยงถึงกัน ให้เกิดขึ้นในทุกๆ หน่วยงานภายในองค์กร และจะคงบทบาทการเป็นผู้นำการกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ต่อไปในภายภาคหน้า” นายฮงกล่าวสรุป