มหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553

Home / IT News / มหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553

 

ในปี 2553 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
จึงกำหนดจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2553” หรือ National Science and Technology Fair 2010     ขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 22 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  โดยวันที่ 9 สิงหาคม 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดงาน

วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์

1.  เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
2.  เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยี ของไทย” และ        “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”
3.  เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนา ความก้าวหน้าทาง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในประเทศและนานาชาติ
4.  เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของคนไทย
5.  เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป

กิจกรรมและนิทรรศการ

กิจกรรมและนิทรรศการใน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2553 ประกอบด้วย
1.  การเทิดพระเกียรติ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
2. การเทิดพระเกียรติ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย”และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”
3. การเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีบทบาทและให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. การแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และผลงานด้านวิทยาศาสตร์ของไทยและต่างประเทศ
5. การมอบรางวัลพระราชทานนักวิทยาศาสตร์ไทยดีเด่น
6. การประกวด และแข่งขัน ทางวิทยาศาสตร์
7. การประชุม สัมมนา อภิปราย ฝึกอบรม ทางวิทยาศาสตร์
8. การถ่ายทอดเทคโนโลยี
9. การแสดงสินค้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

ไฮไลท์

นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ
R o y a l  P a v i l i o n

แสดงพระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
และพระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”
รวมทั้งผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบรมวงศานุวงศ์

 

Exhibition Landmark

พลวัตรการพัฒนา: ดิน น้ำ ป่า การพัฒนาอย่างยั่งยืน

siance_day03.jpg

ขนาด 8.24 x 8.48  ม.
ชิ้นงานนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในงาน
แสดงความสำคัญ และความสัมพันธ์ของ ดิน น้ำ ป่า การพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

 

Landmark

 

siance_day05.jpgDroplet LED string:  “สายฝนแห่งปัญญา…..
จากฟากฟ้า  สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

สื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย
และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย เปรียบเสมือนสายฝนโปรยปราย ยังความชุ่มชื่นสู่ผืนดิน

ICON “วิทยาศาสตร์มีคำตอบ”: “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์”
น้อมนำแนวทางพระราชดำริฯ การใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมมากมาย เพื่อแก้ปัญหา สนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิต

KINETIC UNIT: “พลวัตรการพัฒนา ดิน น้ำ ป่า การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

AMBIENT MUSIC: เพลงพระราชนิพนธ์  “สายฝน” / “แสงเทียน” / “ใกล้รุ่ง” / “ยามเย็น”

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

“พลวัตรแห่งการพัฒนา Siam Revolution”
ก้าวย่างสู่ช่วงเวลา แห่งการพัฒนาของสยามประเทศในยามที่วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงความเชื่อเดิมๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อันเป็นการเสริมสร้างพื้นฐานการพัฒนาที่แข็งแกร่งของประเทศไทยสืบมา


“ย่างก้าวสู่สยาม” ก้าวผ่าน “ประตูวิเศษชัยศรี” สู่พระนครแห่งสยามประเทศในยุค 150 ปีที่ผ่านมา
พบภาพบ้านเมือง ความเป็นอยู่ กิจกรรมของผู้คนในยุคสมัยนั้น ผ่านจอภาพผนังของ “หอภูวดลทัศนัย”

ทรงริเริ่มการปริวรรตเงินตรา – ทรงก่อตั้งโรงกษาปณ์สิทธิการ และเริ่มเปลี่ยนการใช้หอยเบี้ยเป็นเหรียญกษาปณ์ และใช้ค่าเงินเป็น อัฐโสฬส  เอื้ออำนวยต่อการค้าขายแลกเปลี่ยนกับต่างชาติ

ทรงให้ความสำคัญ และพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ อย่างเป็นรูปธรรม
นำเสนอเรื่องราวของการเข้ามาของหมอบรัดเลย์ ที่ได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีการพิมพ์ “ฉับแกระ” หรือการเรียงพิมพ์แบบบลอคตัวนูน (Letter Press)  ที่เป็นเทคโนโลยีที่เปิดโลกแห่งองค์ความรู้ให้กว้างขึ้น

“รุ้ง-แวง” ระบุตำแหน่งของสยามประเทศอย่างมาตรฐานสากล
เสนอจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้สากล มาประยุกต์ใช้เป็นพื้นฐานของการศึกษาด้านแผนที่ การเดินทาง และดาราศาสตร์  เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Latitude – Longitude  เส้นสมมติที่พาดผ่านโลกทั้งแนวตั้งและแนวนอน

 

 

ภาย ในหอภูวดลทัศนัย เป็นเสมือนห้องรวมพระราชกรณียกิจทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสยามประเทศนำเสนอผ่านจอภาพสไตล์กรอบรูปสวยงาม ขนาดใหญ่ พร้อมบทบรรยายที่ด้านหน้าแต่ละเรื่องราว

– ทรงสถาปนาเวลามาตรฐานกรุงเทพฯ
– ประกาศดาวหาง 3 ดวงในรัชกาล
– ทรงประดิษฐ์ปฏิทินจันทรคติ
– สุริยุปราคา ณ หว้ากอ

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว :
พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

“ทางสายกลางสู่ความสุขอย่างยั่งยืน”

“จากทุกข์…เป็นสุข”
นำเสนอ “หลักคิด” และแนวทางการดำเนินชีวิตบนเส้นทางสายกลางด้วยความพอเพียง

เข้าใจถึงกระบวนการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตลอดกว่า 62 ปี เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของพสกนิกรชาวไทยทุกภูมิภาค

– สาเหตุแห่งทุกข์
– วิทยาศาสตร์กับการพัฒนา
– ทางสายกลางสู่ความผาสุกอย่างยั่งยืน

“ทุกข์” สะท้อน “ความทุกข์” ของอาณาประชาราษฎร์ เมื่อ 62 ปีที่ผ่านมา
“วิทยาศาสตร์กับการพัฒนา” เดินทางตามรอยพระบาท ไปพบ ไปเห็นปัญหาและ “ทุกข์” ของอาณาประชาราษฎร์
ก่อนจะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งจากในตำรา การซักถามจากชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อไปสู่เหตุของทุกข์ และตั้งขึ้นเป็นสมมติฐานของการแก้ปัญหา อันจะนำไปสู่การทดลองและพัฒนา เพื่อสร้างวิถีทางที่เหมาะสมในการสร้างความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

“รุ้ง-แวง” ระบุตำแหน่งของสยามประเทศอย่างมาตรฐานสากล
เสนอจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้สากล มาประยุกต์ใช้เป็นพื้นฐานของการศึกษาด้านแผนที่ การเดินทาง และดาราศาสตร์  เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Latitude – Longitude  เส้นสมมติที่พาดผ่านโลกทั้งแนวตั้งและแนวนอน

นำเสนอกรณีศึกษา  “รับรู้ ทุกข์ เข็ญและปัญหา จากอาณาประชาราษฎร์”
บ้านห้วยทราย    “ทรงพลิกฟื้นทะเลทรายกลายเป็นป่า”

นำเสนอกรณีศึกษา การตั้งสมมติฐาน : “สู่ต้นเหตุแห่งทุกข์”
ฝนหลวง  ปัญหาความแห้งแล้งในถิ่นทุรกันดาร  การตั้งสมมติฐาน

นำเสนอกรณีการทดลอง: “วิทยาศาสตร์กับการพัฒนา”
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

นำเสนอการสรุปผล: “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ”
ทฤษฎีใหม่
และเกษตรทฤษฏีใหม่
คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับ หน่วยงานอื่นๆ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” โดยกำหนดให้วันที่18 สิงหาคม ของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันเทคโนโลยีของไทย” และวันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวัตกรรมแห่งชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”

 

ทรงอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า และพันธุ์ไม้นานา

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดในความงามของธรรมชาติ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร รวมถึงชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ต่างๆ เพื่อให้วัฎจักรแห่งธรรมชาติได้เป็นไปอย่างสมดุล ทรงเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรป่าเขาลำเนาไพร พรรณไม้ป่าของไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้และพันธุ์ไม้นานา มาตลอดจนมีหลายหน่วยงาน หลายองค์กร ขอพระราชทานพระราชานุญาติอัญเชิญพระนามาภิไธย ใช้เรียกชื่อพันธุ์ไม้ และสิ่งมีชีวิตหลากหลายพันธุ์ด้วยกัน อาทิ กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ คัทลียาควีนสิริกิติ์ มหาพรหมราชินี โมกราชินี ปูราชินี


นิทรรศการเทิดพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุา สยามบรมราชกุมารี

 

ทรัพยากรไทย : ผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย
บนฐานงานสวนพฤษศาสตร์ในโรงเรียน

นำเสนอผ่าน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน : โรงเรียนเป็นบริเวณที่มีต้นไม้
อยู่ในสวน จัดแสดงแต่ละสถานี ได้แก่ การเรียนรู้ / คุณธรรม / ภูมิปัญญา /
พืชพรรณ / กายภาพ

โครงการโรงเรียนของเรา : วิเคราะห์ ฐานไทย / วิถีใหม่ สิ่งใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง อยู่ภายในบริเวณห้องเรียน

โครงการ หมู่บ้านของเรา : พัฒนาพันธุ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ วิธีการใหม่ “ผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย”
บทสรุปรวมผล ภายหลังผ่านกระบวนการต่างๆ แล้ว โดยยกตัวอย่างของพรรณพืชที่ได้ผ่านกระบวนการ พัฒนาพันธุ์ให้มีประโยชน์กลับสู่ชุมชน เช่น ผลมะเกี๋ยง การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชบางสีทอง (สวนทุเรียน)
การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ผลถิ่นจอมทอง (สวนลิ้นจี่ สวนส้มเขียวหวานบางมด)

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์

“ห้องทดลอง…จากธรรมชาติ”

ด้วยทรงตระหนักถึงปัญหาด้านการแพทย์  การสาธารณสุข และความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ ทรงส่งเสริมความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสาขาวิทยาศาสตร์ การแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งระดมสติปัญญาของนักวิชาการที่มีศักยภาพและวิทยาการที่ก้าว หน้า เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนตลอดไป

การศึกษาด้านเคมีจากธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งของความตั้งพระทัยในการที่จะช่วยเหลือพสกนิกร อีกทั้งพืชพรรณต่างๆ ที่ทรงเลือกใช้ก็เป็นสิ่งที่มีในประเทศ ต้นทุนไม่มาก และได้ประโยชน์มหาศาลแก่
พสกนิกรทั้งประเทศ

นิทรรศการหลัก ที่ให้ความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคม โดยจัดแสดงและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประกอบด้วย

– วิกฤติโลก


แสดงการสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับปัญหาที่คนไทยและคนในโลกกำลัง เผชิญ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติ พลังงาน น้ำ โรคอุบัติซ้ำ-อุบัติใหม่ โดยให้เห็นถึงสาเหตุ ผลที่เกิดขึ้นวิธีการป้องกัน ชะลอและการรับมือกับวิกฤติเหล่านั้น

– ความหลากหลายทางชีวภาพ


นิทรรศการและกิจกรรมร่วมฉลองปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างประสบการณ์ที่ให้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทาง ชีวภาพ โดยเฉพาะในประเทศไทย

– เทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียม

แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นให้มีส่วนในการเพิ่มศักยภาพ ความสามารถ และคุณภาพชีวิตของผู้พิการประเภทต่างๆ รวมทั้งการสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้พิการกับคนทั่วไป

– แสงและเลเซอร์


นิทรรศการและกิจกรรมร่วมฉลอง 50 ปี การค้นพบเลเซอร์ โดยการสร้างความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องแสงและเลเซอร์ นับตั้งแต่ประวัติการค้นพบคุณสมบัติ การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การแพทย์และอุตสาหกรรม

– นิติวิทยาศาสตร์


ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา เพื่อหาหลักฐานมาประกอบการอธิบายหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงในขั้นตอนการสอบสวน และกระบวนการยุติธรรม

– นาโนเทคโนโลยี


แสดงผลงานวิจัย ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความเข้าใจพื้นฐาน หลักการทฤษฎีเบื้องต้นของนาโน และความเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับทฤษฏี Quantum ที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้โดยง่าย ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นาโน

– หุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Robotic or Automation Technology)
แสดงนิทรรศการและกิจกรรมที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Automation Technology หลักการสร้างหุ่นยนต์ การใช้ประโยชน์ รวมทั้งจัดให้มีการแสดงและกิจกรรมเกี่ยวกับหุ่นยนต์ประเภทต่างๆ

– โลกดิจิตอล


นำเสนอหลักพื้นฐาน การพัฒนา และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิตอล ที่นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ด้านการสื่อสาร บันเทิง การศึกษา การแพทย์ และกิจกรรมต่างๆ โดยสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่เพื่อเตรียมการรับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต

– อาหารและสุขภาพ


แสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารในปัจจุบัน ความเข้าใจด้านโภชนาการ การส่งเสริมสุขภาพที่ดี การแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนตะวันออก

– กิจกรรมสำหรับเยาวชน


กิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มต่างๆ ให้ได้รับประสบการณ์ตรงด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติที่ดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย
1) ห้องทดลองปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
2) ลานกิจกรรมพัฒนาปัญญาเยาว์สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน
3) เวทีส่วนกลางพร้อมจัดกิจกรรมตลอดวันจัดงาน
4) ลานกิจกรรมประกวดแข่งขันและประกวดของเล่นทางวิทยาศาสตร์
5) ลานประกวดแข่งขันและแสดงผลงานโครงงาน-สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์
6) ห้องฉายภาพยนตร์ วิทยาศาสตร์

– นิทรรศการอื่นๆ


– International Exhibition
– นิทรรศการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
– นิทรรศการจากสถาบันการศึกษา


7 สิงหาคม 2553


กิจกรรมรอบสื่อมวลชน

09.30 – 12.00 น. ณ เวทีกลาง ภายในงานนิทรรศการ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
09.30 – 10.00 น. สื่อมวลชนทุกแขนงและแขกผู้มีเกียรติลงทะเบียน รับเอกสารและของที่ระลึก
10.00 – 10.45 น. แถลงรายละเอียดการจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2553” รอบสื่อมวลชน
โดย ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดร. สุจินดา โชติพานิช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดร. พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
– เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ของการจัดงานปี 2553
10.45 – 11.30 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และพรีเซ็นเตอร์ นำสื่อมวลชน ร่วมชม
• นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย
• 4D Simulator : ร่วมกู้วิกฤติโลก (รอบสื่อมวลชน)
• Panorama Theatre : ความหลากหลายทางชีวภาพ (รอบสื่อมวลชน)
11.30 – 12.00 น. เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงสัมภาษณ์ตามอัธยาศัย
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารฟาเรนไฮต์


กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มีกำหนดจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2553” (National Science and Technology Fair 2010) ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติกรุงเทพ (ไบเทค บางนา) งานนี้จัดได้ว่าเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ปี โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ พระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”,  ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพสากล, เทคโนโลยีเพื่อผู้พิการ, วิกฤติโลกร้อน, แสงและเลเซอร์, นิติวิทยาศาสตร์ จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์”


โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อ 0 2577 9960


เวลาที่เหมาะสมของการเข้าชมสำหรับประชาชนทั่วไป ได้แก่ 15.00 – 20.00 น.

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทร. 02 5779999
สอบถามเส้นทาง  BITEC โทร  02 7493939

ที่มา http://thailandexhibition.com