อินเทล ขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ยุค Internet of Things

Home / IT News / อินเทล ขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ยุค Internet of Things

ทุกวันนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา ทุกคนต้องการการใช้งานที่ไม่สะดุด แม้กระทั่งขณะขับรถ นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2559 ระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์เบื้องต้นภายในยานพาหนะนั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ในตลาดที่เติบโตเต็มที่แล้ว (หรือ Mature Market) การมาบรรจบกันอย่างลงตัวของเทคโนโลยีในรถยนต์ กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดในยุค Internet of Things (IoT) เมื่อรถสามารถรับและป้อนข้อมูลให้กับระบบคลาวด์ เพื่อส่งต่อไปยังระบบจราจร ยานพาหนะคันอื่น และส่วนอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างเร่งมองหาความร่วมมือกับผู้นำทางเทคโนโลยีอย่างอินเทล เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ๆ ในการให้ข้อมูล มอบความบันเทิง และช่วยสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ที่ปลอดภัยและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

image003 image005

อินเทล ร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเพื่อเปิดโอกาสให้มีการนำระบบข้อมูลเชิงบันเทิง (in-vehicle infotainment -IVI) ไปใช้ในรถยนต์หลากหลายรุ่นในอนาคต

อินเทลก้าวมาอยู่ในรถของคุณ: อินเทลจับมือกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำเพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานผ่านเทคโนโลยี In-Vehicle

อินเทลร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์ในการประยุกต์ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีของ อินเทล เพื่อพัฒนานวัตกรรมในแอพลิเคชั่น การให้บริการ และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ซึ่งนวัตกรรมบางอย่างก็มีอยู่แล้วในยานยนต์ยุคปัจจุบัน จากการร่วมกันค้นคว้าและพัฒนาของเหล่าผู้ผลิตรถยนต์ และผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงไอทีและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อินเทลช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น สร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่ในการขับขี่ และปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์ความต้องการของบริโภคได้รวดเร็วขึ้น

• Infiniti InTouch*
อินเทลได้รวมเอาขุมพลังใหม่อย่าง Infiniti InTouch มาไว้ในระบบข้อมูลเชิงบันเทิง (IVI) ซึ่งแสดงอยู่ใน Infiniti Q50* ระบบ InTouch ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจากอินเทลนั้นมีความสามารถในการประมวลผล เพื่อมอบประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เช่น ภาพกราฟิกความคมชัดสูงบนหน้าจอสัมผัส และInfiniti InTouch เป็นระบบแรกที่โลโก้ของอินเทลจะปรากฎขึ้นบนจอเมื่อเปิดเครื่อง

• BMW ConnectedDrive*
เทคโนโลยีของอินเทลได้นำมาใช้ในระบบแผนที่บอกทาง (Navigator) อย่างมืออาชีพในรถ BMW ซึ่งเทคโนโลยีของ BMW ConnectedDrive มีอยู่ในรถ BMW ทุกรุ่น รวมถึงรุ่นในอนาคตอย่าง iSeries เทคโนโลยีของอินเทลทำให้ ConnectedDrive สามารถประมวลผลในขั้นสูงเพื่อมอบประสบการณ์อันเหนือระดับให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งรวมถึงจอภาพแสดงการเชื่อมต่อสู่ระบบต่างๆ ได้อย่างคมชัด และการตอบสนองอันรวดเร็วเมื่อเข้าสู่แอพลิเคชั่นต่างๆ เช่นการ คำนวณระยะทางอย่างรวดเร็วได้ในระบบแผนที่บอกทางที่ซับซ้อน

• Kia Motors Corporation*
ระบบข้อมูลเพื่อความบันเทิง (in-vehicle infotainment -IVI) ที่ติดตั้งมากับรถยนต์หรูรุ่น Kia K9 ขับเคลื่อนโดยขุมพลังจากอินเทล ระบบ IVI ในรถยนต์รุ่น Kia K9 ถือเป็นการประกาศความร่วมมืออย่างต่อเนื่องครั้งแรกระหว่างอินเทลและ Kia ระบบจอภาพคู่ที่แสดงผลเป็นอิสระจากกัน ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสนุกสนานไปกับคอนเทนต์ที่ต้องการได้ทุกที่ในรถยนต์รุ่นนี้

• Jaguar Land Rover*
อินเทลและจากัวร์ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเทคโนโลยีระบบ IVI ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างอินเทล แล็บ และ จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ณ เมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน ซึ่งโครงการวิจัยร่วมนี้ เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนายานพาหนะต้นแบบสำหรับเจเนอเรชั่นต่อไป ที่ต้องการมอบประสบการณ์ in-vehicle ที่สามารถเชื่อมระบบคลาวด์และอุปกรณ์ไอทีเข้ากับรถยนต์ได้

• Toyota Motor Company*
อินเทลและโตโยต้าทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ระบบ IVI สำหรับเจเนอเรชั่นต่อไปเพื่อวางแบบแผนการใช้งานอุปกรณ์โมบายล์ที่เชื่อมต่อกับยานยนต์ได้ ทั้งสององค์กรได้ร่วมมือกันทำวิจัยและพัฒนาระบบการใช้งานแบบโต้ตอบกับผู้ใช้งานอย่าง เทคโนโลยีระบบสัมผัส การใช้ท่าทางและเสียง รวมทั้งการจัดการข้อมูลของผู้ขับขี่

image004 ระบบรับรู้ล่วงหน้า และข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างกัน จะพลิกโฉมวิถีการเดินทางของผู้คนที่มีต่อรถยนต์และเพื่อนร่วมทาง ซึ่งจะช่วยลดภาระในการขับขี่และช่วยให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

การลงทุนเพื่อประสบการณ์การขับขี่เพื่ออนาคต

อินเทลได้ให้ความสำคัญในการลงทุนกับการพัฒนาขีดความสามารถของวิศกรรมยานยนต์ ระบบการใช้งานที่สัมพันธ์กัน และการวิจัยที่เอื้อให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่แบบใหม่ ซึ่งจะสามารถส่งข้อมูล ช่วยเหลือ และให้ความบันเทิงแก่ผู้ขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การลงทุนเหล่านี้จะช่วยเร่งความต้องการในตลาดให้เร็วขึ้น และทำให้เกิดนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์การขับขี่ในอนาคต

• การวิจัยด้านยานยนต์จากอินเทล แล็บ
นักมานุษวิทยาที่มากประสบการณ์จากอินเทล แล็บ กำลังทำการค้นคว้าวิจัยในโครงการต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากขึ้น และกำลังศึกษาเกี่ยวกับวิธีที่จะทำให้ยานพาหนะสามารถตอบสนองกับผู้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติมากที่สุด ด้วยระบบการรับรู้ล่วงหน้า ระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างกัน จะพลิกโฉมวิถีการเดินทางของผู้คนที่มีต่อรถยนต์และเพื่อนร่วมทาง การวิจัยและการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในอินเทล แล็บ ส่งผลให้เกิดประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ ซึ่งทำให้รถยนต์สามารถปรับสภาพให้เข้ากับเจ้าของรถ ลดภาระในการขับขี่และช่วยให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

• ศูนย์นวัตกรรมยานยนต์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Automotive Innovation and Product Development Center)
ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ เมืองคาร์ลสรูเฮ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นศูนย์กลางระดับโลกของอินเทลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของระบบ IVI และ เทเลเมติกส์ โซลูชั่น ทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์วิศวกรรมยานยนต์ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของอินเทลสำหรับใช้ใน แอพลิเคชั่นและการบริการต่างๆ รวมถึงความสามารถในการรวมระบบไฟฟ้า การแสดงผลขั้นสูงสุด และการออกแบบระบบเข้าด้วยกัน

• อินเทลมอบเงินจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับอินเทล แคบปิตอล คอนเน็กเทด คาร์ ฟันด์ (Intel Capital Connected Car Fund)
Intel Capital Connected Car Fund มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลระหว่างยานพาหนะและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งสร้าง in-vehicle แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ การบริการต่างๆ และประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่ผู้ขับขี่ โดยอาศัยเทคโนโลยีของอินเทลในการใช้งาน เงินกองทุนอินเทล (Intel Capital) ให้การสนับสนุนในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์และบริษัทผู้ให้บริการเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีและการรองรับระบบปฏิบัติการอย่างไร้ขีดจำกัดในยานยนต์ นอกจากนี้ การลงทุนและกิจกรรมล่าสุดจากอินเทลยังรวมไปถึง การสนับสนุนบริษัทที่มีศักยภาพในระบบ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) การใช้งานโต้ตอบระหว่างมนุษย์ ระบบเทเลเมติกส์และการบริการคลาวด์

• การพัฒนาระบบปฏิบัติการ Open Source (Open Source Development)
อินเทลให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการทำงานร่วมกับ GENIVI Alliance ซึ่งเป็นพันธมิตรองค์กรอิสระที่ช่วยขับเคลื่อนให้มีการนำแพลทฟอร์ม IVI ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Open Source มาใช้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งอินเทลยังได้สนับสนุนอย่างจริงจังแก่ Tizen IVI ระบบปฏิบัติการแบบเปิดที่ออกแบบมาเพื่อตลาดยานยนต์โดยเฉพาะ เพื่อผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ ความความพยายามนี้ มุ่งที่จะผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่ไร้ขอบเขต สร้างความแตกต่างที่จะอำนวยความสะดวกในรถยนต์ และทำให้มีกรอบการทำงานแบบพื้นฐาน เพื่อทำให้ต้นทุนของซอฟท์แวร์แบบ องค์รวมลดลง และเร่งการนำบริการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดให้เร็วขึ้น