4 วิธีประหยัดพลังงานศูนย์ข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์ DCIM

Home / IT News / 4 วิธีประหยัดพลังงานศูนย์ข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์ DCIM

ไม่ว่าองค์กรใดก็อยากจะมีศูนย์ข้อมูลที่ประหยัดพลังงาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์กรส่วนใหญ่คือ เมื่อดำเนินการบางอย่างเพื่อลดการใช้พลังงานได้แล้วก็พอใจอยู่เพียงเท่านั้น ทั้งๆ ที่ศูนย์ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วิธีการประหยัดพลังงานที่ใช้ในปัจจุบันจึงอาจไม่ได้ผลในเดือนต่อๆ ไป และจะต้องมีการติดตามตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ

DCIM

ระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล (data center infrastructure management) หรือ DCIM จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยติดตามการใช้พลังงานและทำให้องค์กร “เห็น” สิ่งที่เกิดขึ้นในระบบไฟฟ้าและการทำความเย็นเมื่อมีการเคลื่อนย้าย เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือทรัพยากรในศูนย์ข้อมูล การใช้ DCIM อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยองค์กรประหยัดพลังงานได้ด้วยกระบวนการอย่างน้อย 4 อย่าง ได้แก่

1. ตรวจสอบประสิทธิผลการใช้พลังงาน คำกล่าวที่ว่า “หากตรวจสอบไม่ได้ก็บริหารจัดการไม่ได้” เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้กับการบริหารพลังงานของศูนย์ข้อมูล ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ DCIM จะช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องวัดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ทั่วศูนย์ข้อมูล เพื่อติดตามการใช้ไฟฟ้าได้ถึงระดับแร็ค ซึ่งจะทำให้ผู้ดูแลศูนย์ข้อมูลสามารถดูความเปลี่ยนแปลงของผลการใช้พลังงานไฟฟ้า (power usage effectiveness – PUE) ได้แบบเรียลไทม์ หากค่า PUE เริ่มสูงขึ้นโดยที่สภาพอากาศภายนอกไม่ได้ร้อนจัด หมายความว่ามีความผิดปกติที่ต้องตรวจสอบต่อไป ระบบ DCIM จะทำให้องค์กรรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเครื่องทำความเย็นห้องคอมพิวเตอร์ (CRAC) เครื่องสำรองและปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (UPS) แร็ค และอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อค้นหาจุดที่เป็นปัญหา

2. บริหารจัดการระบบทำความเย็น ระบบทำความเย็นเป็นส่วนที่กินไฟมากที่สุดในศูนย์ข้อมูล และเป็นโอกาสในการประหยัดพลังงานมากที่สุดเช่นกัน การควบคุมดูแลระบบทำความเย็นให้สอดคล้องกันทั้งระบบมีความสำคัญต่อการรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมไปพร้อมกับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเหล่าผู้ดูแลศูนย์ข้อมูลพยายามควบคุมการทำความเย็นด้วยตนเอง พวกเขามักจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อุปกรณ์ในแต่ละจุดทำงานขัดกันเอง เช่น เมื่อผู้ดูแลคนหนึ่งเห็นว่าแร็คตัวหนึ่งความร้อนสูงเกินไป เขาจึงปรับอุณหภูมิของ CRAC ที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งทำให้ศูนย์ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งเย็นเกินไป ผู้ดูแลอีกคนหนึ่งจึงไปปรับอุณหภูมิ CRAC อีกเครื่องหนึ่ง เปรียบได้กับการขับรถโดยเหยียบเบรกและคันเร่งไปพร้อมๆ กัน DCIM จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้องค์กรควบคุมการทำงานของ CRAC ทุกหน่วยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการทำงานของศูนย์ข้อมูล

3. กระจายข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาบริเวณที่มีความร้อนสูง วิธีที่ดีกว่าในการจัดการแร็คที่มีความร้อนสูงเกินไป คือ เข้าใจสาเหตุและแก้ไขอย่างถูกต้อง โดยทั่วไปปัญหาดังกล่าวเกิดจากมีข้อมูลมากเกินไปในเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในแร็คเดียวกันจนเกินความสามารถในการระบายความร้อน ในกรณีนี้ซอฟต์แวร์เวอร์ชวลไลเซชั่นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการย้ายข้อมูลไปยังแร็คอื่น ในขณะที่ซอฟต์แวร์ DCIM จะช่วยค้นหาแร็คที่มีโหลดข้อมูลน้อยกว่าให้เข้ามาช่วยประมวลผล การกระจายข้อมูลไปในศูนย์ข้อมูลจะทำให้ CRAC หน่วยต่างๆ ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้พลังงานน้อยกว่า

4. ช่วยในการเคลื่อนย้าย เพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงข้อมูล การบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลอย่างรอบด้านจะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับการเคลื่อนย้าย เพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อองค์กรจัดซื้อเบลดเซิร์ฟเวอร์เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยทั่วไปอาจบรรจุลงในแร็คที่มีพื้นที่ว่าง แต่ถ้าแร็คนั้นมีข้อมูลอื่นๆ อยู่ด้วย นี่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ซอฟต์แวร์ DCIM จะช่วยค้นหาแร็คที่มีทั้งพื้นที่และพลังงานเพียงพอ ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดความร้อนสูงเกินไปเมื่อมีการเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น การบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลแบบองค์รวมเช่นนี้จะช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมได้

ที่ผ่านมา การวางแผนการใช้ทรัพยากรของศูนย์ข้อมูลเป็นกระบวนการที่ท้าทาย เนื่องจากมักต้องอาศัยข้อมูลการใช้พลังงานจากบริษัทผู้จำหน่าย ข้อมูลการใช้พลังงานจะระบุถึงปริมาณการใช้พลังงานสูงสุดของส่วนต่างๆ ของศูนย์ข้อมูล ซึ่งมักจะสูงกว่าการใช้งานตามปกติมาก (โดยเฉลี่ย 50%) จึงอาจทำให้ผู้วางแผนจัดสรรพลังงานและระบบทำความเย็นมายังศูนย์ข้อมูลมากเกินไป

ล่าสุด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้คิดค้นพัฒนาโมดูลใหม่ของ Data Center Operation หรือชุดโปรแกรมเพื่อการจัดการศูนย์ข้อมูล ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านไอทีได้มากขึ้น ด้วยการให้ข้อมูลที่ละเอียดและถูกต้องเกี่ยวกับการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูล ลงลึกถึงแต่ละเซิร์ฟเวอร์และแต่ละแร็ค

Data Center Operation: IT Optimize ทำหน้าที่ตรวจดูการทำงานของทรัพยากรไอทีและการใช้พลังงาน เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายจากการสำรองทรัพยากรมากเกินไป การใช้ทรัพยากรไม่เต็มศักยภาพ และการใช้ไฟฟ้ารวมถึงระบบทำความเย็นอย่างไม่สมดุลกันในศูนย์ข้อมูล อีกทั้งยังมีระบบวิเคราะห์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดต้นทุนด้านไอที พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจจัดซื้อโซลูชั่นไอทีเพิ่มเติมหรือพัฒนาขึ้นเอง รวมถึงติดตามตรวจสอบความสามารถในแต่ละแร็ค แต่ละแถว และศูนย์ข้อมูลแต่ละห้องได้

หัวใจของ Data Center Operation: IT Optimize คือ GenomeTM library ซึ่งจะทำการค้นหาและตรวจสอบอุปกรณ์ไอทีต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจการใช้พลังงานในระบบไอทีและผลที่เกิดขึ้นกับองค์กรธุรกิจ การนำ IT Optimize มาใช้กับศูนย์ข้อมูลจะทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีและผู้ดูแลอาคารสถานที่เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งร่วมกันเกี่ยวกับความต้องการของทั้งสองฝ่าย นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และอุดช่องว่างในการทำงานระหว่างกันได้

ศูนย์ข้อมูลเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่อวัยวะส่วนต่างๆ ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซอฟต์แวร์ DCIM จึงเป็นตัวสำคัญในการติดตามตรวจสอบและบริหารจัดการอวัยวะหรือระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเหล่านั้น เพื่อประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานสูงสุดของศูนย์ข้อมูล