ดีแทคนำสัญญาณ TriNet บุกภาคเหนือ พร้อมดีแทคไตรเน็ตสมาร์ทโฟน ย้ำวิสัยทัศน์ “Internet for All”

Home / IT News / ดีแทคนำสัญญาณ TriNet บุกภาคเหนือ พร้อมดีแทคไตรเน็ตสมาร์ทโฟน ย้ำวิสัยทัศน์ “Internet for All”

ดีแทคนำสัญญาณ TriNet บุกภาคเหนือ พร้อมดีแทคไตรเน็ตสมาร์ทโฟน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Internet for All” กระตุ้นธุรกิจสร้าง SMEs เข้มแข็ง

เผยโฉมคอลล์เซ็นเตอร์ 10 ภาษารองรับเศรษฐกิจเสรี AEC

dtac TriNet_เชียงใหม่

ดีแทครุกขึ้นเหนือเปิดสัญญาณ TriNet พร้อมนำมือถือ ดีแทคไตรเน็ตโฟน สมาร์ทโฟนคุณภาพ สอดรับวิสัยทัศน์ใหม่ “Internet for All” สมาร์ทโฟนสเป็คสูง ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ขยายโอกาสให้ทุกคนใช้ 3G เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้า พัฒนาศักยภาพดีแทคคอลล์ เซ็นเตอร์ ให้พนักงานบริการลูกค้าได้ถึง 10 ภาษา และขยายช่องทางจัดจำหน่ายร่วมมือกับพันธมิตรในภาคเหนือ เปิด TriNet Partnerช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการของดีแทคได้มากขึ้น และยังเป็นการช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวเหนือ

ปัจจุบันผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มการใช้งานดาต้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนลูกค้าดีแทคที่ใช้งานดาต้าถึง 9 ล้าน ในขณะที่การเปิดให้บริการเครือข่าย 3 จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิร์ตซ์ ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการให้บริการสื่อสารเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3 จี บนคลื่น 2100 ในเมืองไทยมีจำนวนเพียง 20% เท่านั้น ในขณะที่การใช้งานดาต้าในภาคเหนือ มีการใช้ปริมาณข้อมูลต่อคน ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ

จากข้อมูลหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2556 ขยายตัวดีแต่มีอัตราชะลอลง โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวหลังจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐสิ้นสุดในไตรมาสก่อนหน้า สาหรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมทรงตัว ด้านการท่องเที่ยวขยายตัวดีโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปีนี้ อันดับหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวชาวจีน โตขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนแรกของปีที่แล้ว ซึ่งมาจากความนิยมหนังดัง Lost in Thailand ทำให้เกิดกระแสการทะลักเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวจีน ประกอบกับมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชุมสัมมนา การส่งออกที่ขยายตัวดีมาก โดยเฉพาะการค้าชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน และนโยบายการเปิดประเทศของพม่าส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ที่มีผลิตผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ที่เป็นของพื้นบ้านที่มีคุณภาพ และสามารถทำรายได้ส่งออกให้กับประเทศ โดยมีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน พม่า ลาว เพื่อเปิดตลาดการค้าไปสู่ AEC

Resize of IMG_8932

จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ที่เป็นกุญแจสำคัญของการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับตลาดใหญ่อย่างประเทศ จีน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือการเป็นอนุภูมิภาคที่มีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ บริเวณศูนย์กลางของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพลวัตมากที่สุดของโลก

นอกจากนี้เชียงใหม่ ยังเป็นหนึ่งในจังหวัดที่กำลังจะเป็น ไมซ์ ซิตี้” (Mice City) หรือศูนย์กลางการจัดการแสดงสินค้าภายในประเทศ เป็นหนึ่งแนวทางในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์ หลังจากเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ซึ่งถือเป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่จะช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ ลดการพึ่งพิงจากต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้จำนวนมหาศาลให้หมุนเวียนจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาค

Resize of IMG_8877

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคได้จัดโครงการ 77/77  อินเตอร์เน็ต ฟอร์ ออล โรด ทริป (77/77 Internet for All Road Trip) ต่อไปยังภาคเหนือ เพื่อทดสอบสัญญาณ TriNet และนำวิสัยทัศน์ Internet For All เป้าหมายสำคัญที่ดีแทคได้ประกาศไว้ให้เป็นจริง ในการสร้างความเท่าเทียมเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตของประชากร และยังสร้างมิติใหม่ให้ภาคโทรคมนาคมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ดังนั้นเมื่อตลาดมีศักยภาพการเติบโตที่ชัดเจน  เครือข่ายดีแทค TriNet ก็พร้อมให้บริการในปลายเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบกับการมี โทรศัพท์มือถือจากดีแทคไตรเน็ต สมาร์ทโฟนที่มีสเป็คสูงในราคาสมเหตุผล จึงเป็นจังหวะดีที่ดีแทคจะได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการ ให้สนองตอบความต้องการของลูกค้า ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากอินเตอร์เน็ตได้สะดวก รวดเร็ว นอกจากนี้ดีแทคยังได้เพิ่มศักยภาพ คอลล์ เซ็นเตอร์ รับสายลูกค้าได้มากถึง 10 ภาษา และยังได้มีการปรับโฉมหน้า ศูนย์บริการดีแทค และร่วมมือกับพันธมิตรแต่งตั้ง TriNet Partner ช่องทางจัดจำหน่ายให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการของดีแทคได้มากขึ้น”

Resize of IMG_8792

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า ดีแทค กล่าวเพิ่มเติมว่า “ ในปีนี้ดีแทคได้ปรับโฉมงานบริการลูกค้า และพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานในการให้บริการลูกค้าครั้งใหญ่ ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ด้วยปรัชญาในการให้บริการลูกค้ากว่า 26.5 ล้านราย โดยการยึดให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบครบถ้วน ทั้งเรื่องการใช้งานและเรื่องของจิตใจเพราะดีแทครู้ว่าเราคือเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานาน ดีแทคจึงใส่ใจดูแลทุกรายละเอียด และพร้อมให้คำปรึกษากับผู้ใช้บริการทุกคนเหมือนกัน

ปัจจุบันลูกค้ามีหลากหลายเชื้อชาติและภาษา และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้งานที่มีแนวโน้มใช้ดาต้าในการค้นหาข้อมูล ข่าวสาร และติดต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เมื่อมี 3G ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์พกพา ซึ่งมีหลายคนที่เริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก และต้องการคำแนะนำที่ถูกต้องทั้งการเลือกซื้อ รวมถึงการใช้งานฟังก์ชั่นและแอพพลิเคชั่นที่ถือเป็นเรื่องใหม่ ดีแทคจึงได้พัฒนาความสามารถในการให้บริการลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการเปิดดีแทค คอลล์ เซ็นเตอร์ 10 ภาษาได้แก่ ภาษาจีน, พม่า, ลาว, กัมพูชา, Bahasa มาลายู, Bahasa อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ยาวี,ญี่ปุ่น, อังกฤษ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และแรงงานต่างชาติ  และยังพัฒนาการให้บริการลูกค้าทางโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook  บริการ E-Service ทางดีแทคเว็บไซต์  เว็บไซต์ Pantip และ Line เพื่อให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่

Resize of IMG_9204

พร้อมกันนี้ดีแทคยังได้ปรับโครงสร้างช่องทางใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการติดต่อกับดีแทค ให้ได้รับสะดวกสบาย สอดคล้องกับรูปแบบการใช้บริการของลูกค้ามากขึ้น สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี

ให้กับลูกค้าทุกคน  โดยการปรับโฉมศูนย์บริการดีแทค ที่มีทั้งการขายและบริการแบบครบวงจร (Sales & Service Integration) จัดเสนอให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งได้ทยอยปรับปรุงจะครบ 100 สาขาไปแล้ว และมีแผนปรับปรุงกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ

และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม ด้วยการแต่งตั้ง TriNet partner ซึ่งเป็นการยกระดับศักยภาพการขายและให้บริการของลูกตู้ขึ้นมาเป็นพันธมิตร ที่มีความพร้อมในการขายสินค้ามือถือไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์แบรนด์และ dtac TriNet Phone สมาร์ทโฟนและบริการให้คำปรึกษาแนะนำการใช้งาน สมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ต โดยตั้งเป้าที่จะขยายให้ครบ 300 แห่ง ทั่วประเทศ

การปรับปรุงประสิทธิภาพของงานบริการลูกค้าทั้งในส่วนของ Call Center และการขยายศูนย์บริการ ดีแทค ฮอลล์, ดีแทค เซ็นเตอร์ และดีแทค เอ็กซ์เพรส จะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ” นายชัยยศ กล่าวสรุปในตอนท้าย

Resize of IMG_8852