“เอซุส” แซงยักษ์ไอทีจากอเมริกา ขึ้นแท่นผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กอันดับ 2 เมืองไทย

Home / IT News / “เอซุส” แซงยักษ์ไอทีจากอเมริกา ขึ้นแท่นผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กอันดับ 2 เมืองไทย

 “เอซุส” สุดปลื้มหลังไอดีซีรายงานผล 10 อันดับผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กในเมืองไทย “เอซุส” ขึ้นแท่นผู้นำตลาดอันดับ 2 ครองส่วนแบ่งตลาดรวม 13% วางเป้ายอดขายปี 54 เติบโตเพิ่มขึ้น 70%  

 

นายพรเทพ  วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค  คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ตลาดโน้ตบุ๊กของเอซุสประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เราสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กอันดับ 2 ในเมืองไทย มีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 13% โดยช่วงไตรมาสที่ 2 ทำยอดขายได้จำนวน 83,000 เครื่อง ข้อมูลจากรายงานผลของบริษัทพัฒนาและสำรวจข้อมูลทางไอทีชั้นนำอย่างไอดีซี (IDC) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

 “เราทราบถึงความสำเร็จของเรามาตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 แล้ว แต่รอผลการประกาศจากไอดีซีอย่างเป็นทางการก่อน จึงแจ้งข่าวให้สาธารณชนรับทราบ เพื่อให้ลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่านเชื่อมั่นและไว้วางใจในคุณภาพของสินค้าเอซุส ที่ให้บริการแก่คนไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี” นายพรเทพ กล่าว

 

 

นายพรเทพ  กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่มีส่วนช่วยให้โน้ตบุ๊กเอซุสสามารถขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ได้สำเร็จเพราะบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และการออกแบบมาโดยตลอด อาทิเช่น SonicMaster สุดยอดเทคโนโลยีแห่งเสียง ลิขสิทธิ์เฉพาะของเอซุสที่ทำให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงเสียงเอฟเฟกต์และเซอร์ราวด์อันทรงพลังและสมจริงราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว  

 

ขณะเดียวกันในเมืองไทยเรามีช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด        ซึ่งในปีนี้เราพยายามที่จะเพิ่มช่องทางการขายสู่ระดับอำเภอและตำบล ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัดให้มากขึ้น  

 

จากภาพรวมตลาดโน้ตบุ๊กที่ขยายตัวประมาณ 15 – 20 % เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กและเกมออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้น ประกอบกับเอซุสสามารถรุกเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กจากบริษัทคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าในปี 2554 นี้ เอซุสจะผลักดันยอดขายโน้ตบุ๊กให้เติบโตเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปี 2553 ได้สำเร็จ

 

 “บริษัทมุ่งเดินหน้าทำตลาดสินค้าโน้ตบุ๊กอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษและข้อเสนอด้านบริการหลังการขายที่มีมาตรฐานเพื่อดึงดูดใจลูกค้า โดยคาดหวังว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้นในช่วงปิดปี 2554 นี้” นายพรเทพ กล่าวทิ้งท้าย