Green Office สำนักงานสีเขียว ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพิ่มเงินในกระเป๋า

Home / Gadget, Tips & Technic / Green Office สำนักงานสีเขียว ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพิ่มเงินในกระเป๋า

Green Office สำนักงานสีเขียว ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพิ่มเงินในกระเป๋า

เชื่อเหลือเกินครับว่า คนวัยทำงานทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ที่ทำงาน หรือออฟฟิศมากกว่าอยู่ที่บ้านซะอีก (ยกเว้นคนที่ทำงานที่บ้าน หรือโฮมออฟฟิศนะ) ซึ่งนั่นก็หมายความว่า การใช้พลังงานที่ทำงานนั่น ย่อมสิ้นเปลืองมากกว่าอยู่ที่บ้านแน่นอน และการใช้งานอย่างสิ้นเปลืองนี้ย่อมกระทบกับสิ่งแวดล้อมโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นจึงเกิดโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้นมา ชื่อว่า “Green Office” เกิดขึ้น

โครงการ Green Office หรือ ออฟฟิศสีเขียว เกิดขึ้นเพื่อให้ทุกสำนักงานได้ร่วมตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์เครื่องใช้ในที่ทำงานอย่างรู้คุณค่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2558 นี้มีสำนักงานจากองค์กรภาครัฐ และเอกชน รวมถึง อาคารสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้านครหลวง ได้เข้าร่วมกิจกรรมในการอนุรักษ์ใช้ทรัพยากรในสำนักงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยในบทความนี้จะเป็นการแนะนำแนวทางการทำสำนักงาน หรือออฟฟิศของคุณให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าคุณมากขึ้น

ทำไมต้อง Green Office?

3 R

เพื่อ…..ลดการใช้พลังงาน ทั้งพลังงานไฟฟ้า น้ำ ลดการใช้พลังงานอย่างสูญเปล่าสิ้นเปลือง รวมถึงจะช่วยลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในสำนักงาน ล้วนมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแทบทั้งสิ้น ซึ่งก๊าซเรือนกระจกนี้เอง เป็นตัวการหลักทำให้อุณภูมิในโลกร้อนขึ้นนั่งเอง (ให้จำไว้ว่า Green Office น่ะดี แต่ Green House Effect น่ะ ไม่ดีนะจ๊ะ)

เพื่อ…..ลดค่าใช้จ่าย เมื่อเราสามารถประหยัดพลังงานได้ ค่าใช้พลังงานต่างๆ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ก็จะลดลงได้ รวมถึงลดปริมาณการใช้กระดาษภายในสำนักงาน ก็จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้

เพื่อ…..สร้างจิตสำนึก เพื่อสร้างความเข้าใจ ปลูกจิตสำนึก ตระหนักในการใช้ทรัพยากร รวมถึงแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรต่างๆ เป็นวิธีที่จะช่วยให้รู้จักการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างยั่งยืน ทั้งในชีวิตประจำวันและการใช้ทรัพยากรภายในสำนักงานได้เป็นอย่างดี

มารู้จักใช้ทรัพยากรในสำนักงาน มุ่งสู่ Green office อย่างแท้จริง

 

กระดาษ กระดาษ………….ของใกล้ตัวต้องใช้อย่างรู้คุณค่า

2

– เลือกส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิคส์ให้มากขึ้น เช่น ส่งอีเมลแทนการส่งจดหมาย หรือจะใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ในการสื่อสารอย่างเช่น ไลน์ หรือเฟสบุ๊ค ลดขั้นตอนการใช้กระดาษ กระบวนการทำงาน นอกจากนี้การจัดเก็บเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิคส์ จะช่วยให้เกิดความสะดวกในการจัดหมวดหมู่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูล จะค้นหาอะไรก็ง่ายกว่าตั้งเยอะ ไม่เสียเวลาด้วย

– อย่าลืมช่วยกันนำกระดาษที่ใช้แล้วด้านเดียวนำมาใช้ซ้ำ เช่น ถ่ายสำเนาเอกสารร่าง หรือใช้เป็นเอกสารภายใน ที่ไม่ใช่จดหมายอย่างเป็นทางการ เราสามารถใช้กระดาษที่ถูกพิมพ์ หรือใช้ไปเพียงด้านเดียวมาใช้ซ้ำได้ เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษ และหมั่นตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนกดสั่งพิมพ์ทุกครั้งด้วยล่ะ ไม่งั้นต้องพิมพ์ใหม่เปลืองกระดาษ และหมึกพิมพ์อีก

– อย่าลืมเลือกใช้กระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รู้จักคัดแยกกระดาษเหลือใช้ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม

 

คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์เอกสาร…..ใช้เป็นคู่ ประหยัดเป็นคู่

– เมื่อไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือพักกินข้าวกลางวัน ควรตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปิดหน้าจออัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งานเกิน 15 นาที และอย่าลืม….ปิดเครื่องหลังเลิกใช้งาน และถอดปลั๊กออกทุกครั้ง และถ้าให้เจ๋งกว่านั้น เราไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ในกรณีไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน เช่น ช่วงวันหยุดทำงาน หรือช่วงวันหยุดเทศกาล ซึ่งนอกจากจะประหยัดไฟฟ้าแล้ว ยังป้องกันเครื่องพังจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจรด้วยนะ

– ใช้ระบบเชื่อมต่อระหว่างเครื่องพิมพ์ ร่วมกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อเครื่องพิมพ์ เครื่องเดียวก็ใช้หลายๆ คน และควรใช้ตลับหมึกแบบเติมได้เพื่อลดการใช้ขยะสารเคมี

 

เครื่องถ่ายเอกสาร…….รู้ใช้ รู้ประหยัด

3

– หลีกเลี่ยงติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารในห้องทำงานปรับอากาศ หรือจัดให้อยู่ในจุดที่ห่างจากพื้นที่ปฏิบัติงาน ลดผลกระทบต่อสุขภาพของคนทำงานจากการสูดดมกลิ่นหมึก และฝุ่นละอองต่างๆ

– เลือกใช้เครื่องถ่ายเอกสารที่ได้รับรองสัญลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุหลักของโลกร้อน

 

น้ำใช้ น้ำดื่ม…..เรื่องใกล้ตัว ต้องรู้ใช้เป็นนิสัย

– หมั่นตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำ ของก๊อกน้ำต่างๆ ในออฟฟิศว่าเมื่อปิดแน่นสนิทแล้ว น้ำยังมีการรั่วซึมหรือไม่ เพื่อลดการสูญเสียน้ำอย่างเปล่าประโยชน์ และปิดน้ำทุกครั้งหลังใช้งาน ไม่ปล่อยให้น้ำไหลตลอดเวลาในระหว่างการใช้งาน

– ล้างมือ ควรใช้สบู่เหลวแทนสบู่ก้อน ซึ่งช่วยลดเวลาในการใช้น้ำ รวมถึงการทำความสะอาดยานพาหนะ ไม่ควรใช้สายยาง เปิดน้ำไหลตลอดเวลา ควรใช้การล้างด้วยน้ำและฟองน้ำในภาชนะบรรจุน้ำ จะช่วยลดการใช้น้ำได้มากถึง 300 ลิตรต่อการล้างหนึ่งครั้ง

– ไม่ทิ้งเศษอาหาร ขยะทุกชนิดลงในชักโครกหรืออ่างล้างมือ เพื่อลดการสูญเสียน้ำในการไล่สิ่งของลงท่อ และยังสามารถป้องกันการอุดตันจากขยะต่างๆ ในท่อระบายน้ำด้วย

– ไม่ทิ้งน้ำดื่มที่เหลือโดยไม่เกิดประโยชน์ เมื่อดื่มไม่หมดให้ใช้รดน้ำต้นไม้ หรือชำระทำความสะอาดสิ่งต่างๆ และควรเลือกใช้เหยือกน้ำกับแก้วเปล่า โดยให้ผู้ที่ต้องการดื่มน้ำรินน้ำด้วยตนเอง จะได้สามารถกะปริมาณน้ำที่ต้องการดื่มได้พอดี

 

ถังขยะหลากสี ทิ้งให้ถูก……แยกขยะอย่างถูกวิธี

การแยกขยะทิ้งให้ถูกถัง ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้การทำลายขยะเหล่านั้นเป็นไปได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงอีกด้วย เราไปทำความรู้จักถังขยะสีต่างๆ พร้อมกันตามวิธีด้านล่างนี้เลยครับ

แยกขยะ

– ถังสีเหลือง ขยะรีไซเคิล ขยะที่สามารถหมุนเวียนแปรรูป ตามกระบวนการของแต่ละประเภท หรือเปลี่ยนแปลงจากสภาพเดิมแล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น พลาสติก ขวด กระดาษ กล่องเครื่องดื่ม UHT กระป๋องอลูมิเนียม

– ถังสีเขียว ขยะเปียก หรือขยะเศษอาหารที่เหลือทิ้งจากครัวเรือน จากอาหารที่เหลือจากการรับประทานเป็นขยะที่เน่าเสียส่งกลิ่นเน่าเหม็น และเป็นที่สะสมของเชื้อโรค อินทรีย์วัตถุที่ย่อยสลายเน่าเปื่อยง่าย มีความชื้นสูงและส่งกลิ่นเหม็นได้รวดเร็ว แต่สามารถรวบรวมไว้เป็นอาหารสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง หรือทำน้ำหมักชีวภาพได้

– ถังสีแดง ขยะสารเคมี หรือขยะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ขวดยา หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ซึ่งของเสียเหล่านี้ หากขาดการดูแล หรือการกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่างๆ เช่น การลุกติดไฟ ระเหยเป็นไอพิษ หรือเป็นเหตุให้เกิดการระเบิดได้ รวมถึงอาจปนเปื้อนลงไปในแหล่งน้ำ ยิ่งก่ออันตรายอย่างมหันต์ต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่ใช้แหล่งน้ำนั้นได้

– ถังสีน้ำเงิน ขยะทั่วไป หรือขยะมูลฝอย คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย มีลักษณะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าสำหรับการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น ห่อพลาสติกใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร โฟมเปื้อนอาหาร ทิชชู ตะเกียบไม้ เป็นต้น

 

เรื่องการลดการใช้พลังงานในออฟฟิศ รวมไปถึงการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องมือในออฟฟิศให้เหมาะสม และรู้คุณค่า ตามหลักของ Green Office อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายของสำนักงาน ไม่ใช่เงินเรานะครับ เพราะที่สุดแล้ว หากบริษัทของคุณมีกำไรจากการช่วยกันลดรายจ่ายของสำนักงาน ตัวเพื่อนๆ เองก็จะได้รับผลตอบแทนนั้นๆ เช่นเดียวกัน อาจมาในรูปแบบของโบนัส หรือการขึ้นเงินเดือนเป็นต้น และรวมไปถึงสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติในบ้านเรา ก็จะสมบูรณ์ และน่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณทาง การไฟฟ้านครหลวง สำหรับบทความ และข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ Green Office บทความนี้ครับ