Nikon เปิดตัวเลนส์ 70-200mm f/2.8 และ PC Nikkor 19mm f/4E ED

Home / Camera / Nikon เปิดตัวเลนส์ 70-200mm f/2.8 และ PC Nikkor 19mm f/4E ED
nikon-nikkor

Nikon เปิดตัวเลนส์ชุดใหม่ 2 รุ่นสำหรับช่างภาพที่ต้องการคุณภาพสูงสุดจากกล้อง DSLR ในฟอร์แมต FX หรือกล้อง Full Frame จากนิคอน โดยคราวนี้เปิดตัวทั้ง เลนส์ Telephoto ช่วง 70-200 f/2.8 ตลอดช่วง และเลนส์พิเศษสำหรับงานถ่ายสถาปัตยกรรมอย่าง PC Nikkon 19mm

nikkor_4

AF-S NIKKOR 70-200mm f/2.8E FL ED VR เลนส์ซูมสำหรับมืออาชีพ

เลนส์ AF-S NIKKOR 70-200mm f/2.8E FL ED VR ถูกออกแบบมาเพื่อให้ช่างภาพมืออาชีพได้รับความสะดวกสบาย โดยยังคงประสิทธิภาพสูงสุดเอาไว้ เลนส์ขนาด 70-200มม.ใหม่ มาพร้อมระบบลดความสั่นไหวได้สูงสุดถึง 4.0 สต็อป พร้อมโหมด SPORT ให้เลือกใช้งาน ระบบติดตามออโต้โฟกัส และกลไกปรับขนาดรูรับแสงด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้การปรับค่าแสงอัตโนมัติมีความถูกต้องแม่นยำเพิ่มมากขึ้น

nikkor_3

เลนส์ NIKKOR ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำยุคเพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์ชิ้นนี้ มีโครงสร้างและรูปทรงที่เบาบางกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 110 กรัม แต่ยังคงความทนทาน สามารถกันฝุ่นและหยดน้ำได้เหมือนเช่นเคย นอกจากนี้ ยังมีการเคลือบสารฟลูออรีนตามลิขสิทธิ์เฉพาะของนิคอนที่ผิวเลนส์ชิ้นด้านหน้าสุดให้มีความคงทนสูงและป้องกันการเกาะของฝุ่นละอองและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

nikkor_5

คุณลักษณะเด่นของเลนส์ AF-S NIKKOR 70-200mm f/2.8E FL ED VR

  • มีการนำชิ้นเลนส์ฟลูออไรต์ และชิ้นเลนส์ HRI มาใช้ ร่วมกับโครงสร้างแมกนีเซียมอัลลอย จึงมอบความคล่องตัวที่เหนือกว่า ด้วยน้ำหนักที่เบาลง
  • ใช้โครงสร้างกันละอองน้ำ และกันฝุ่นอย่างทั่วถึงทุกจุด ทำให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ทุกชิ้นบนกระบอกเลนส์ได้รับการปกป้องจากฝุ่นละออง และหยดน้ำ
  • การเคลือบผิวด้วยฟลูออรีนลิขสิทธิ์เฉพาะของนิคอนที่พื้นผิวเลนส์ชิ้นด้านหน้าสุด ให้การเคลือบผิวมีความทนทานและยาวนาน และมีประสิทธิภาพในการกันฝุ่น ละอองน้ำ ความมัน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ อีกทั้งยังมอบคุณสมบัติในการกันแสงสะท้อนได้ดีกว่า ช่วยให้สามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน ไร้แสงรบกวน
  • มอบความละเอียดคมชัดที่เหนือกว่า สม่ำเสมอทั่วทุกจุดแม้ที่ตำแหน่งขอบเฟรม และในทุกระยะซูม
  • หากเทียบกับเลนส์ AF-S NIKKOR 70-200mm f/2.8G ED VR II เลนส์นี้มีระยะโฟกัสใกล้สุดที่สั้นกว่าในทุกช่วงการซูม โดยลดลงจาก 1.4 เมตร เหลือเพียง 1.1 เมตร และอัตรากำลังขยายสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 0.11 เท่า เป็น 0.21 เท่า
  • มีการเคลือบผิวด้วยนาโนคริสตัล เพื่อการป้องกันแสงสะท้อนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า สามารถลดแสงแฟลร์ และแสงจ้าลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้ภาพที่คมชัด
  • มีการปรับฟังก์ชั่นลดความสั่นไหว (Vibration Reduction, VR) เพื่อให้ถ่ายภาพกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการมีโหมด SPORT ในตัว ซึ่งยังสามารถทำงานร่วมกับการถ่ายภาพยนตร์ได้เช่นเดียวกัน และช่วยให้ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ลดอัตราความเร็วของเฟรม และไม่ส่งผลให้ระยะเวลาตอบสนองของชัตเตอร์ (Shutter lag) เพิ่มขึ้น
  • ฟังก์ชั่น VR ในโหมด NORMAL ให้ผลเทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้น 4.0 สต็อป* และมีการใช้อัลกอริทึ่มที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อลดการสั่นของกระบอกเลนส์และเสียงที่เกิดจากการทำงานขับเคลื่อนของระบบโฟกัสอัตโนมัติขณะเริ่มทำงานงาน/หยุดทำงาน
  • เพิ่มประสิทธิภาพของระบบติดตาม AF สำหรับวัตถุที่เคลื่อนไหวแบบไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้ รวมถึงวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่สม่ำเสมอ และวัตถุที่พุ่งเข้ามาหากล้องอย่างรวดเร็ว
  • มีการใช้กลไกไดอะแฟรมแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยให้สามารถควบคุมค่าแสงได้อย่างเที่ยงตรง คงที่ แม้ในขณะถ่ายภาพแบบต่อเนื่องความเร็วสูง
  • มีการวางตำแหน่งให้วงแหวนปรับซูมอยู่ใกล้ด้านหน้าของเลนส์ และให้วงแหวนปรับโฟกัสอยู่ใกล้ปากกระบอกเลนส์มากขึ้น จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถประคองเลนส์ และกล้องได้ดีขึ้นในระหว่างถ่ายภาพ
  • ปุ่มฟังก์ชั่นโฟกัสสี่ปุ่มช่วยให้เลือกรูปแบบโฟกัสที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในแนวตั้ง หรือแนวนอน
  • แหวนครอบขาตั้งกล้องใช้ระบบลูกปืนที่ทนทานอย่างยิ่ง ช่วยให้สามารถปรับกล้องเพื่อถ่ายภาพในแนวตั้ง และแนวนอนสลับกันไป-มาได้อย่างราบรื่น และรวดเร็ว

nikkor_2

PC NIKKOR 19mm f/4E ED เลนส์เพื่องานภูมิทัศน์ สถาปัตย์

เลนส์ PC NIKKOR 19mm f/4E ED ซึ่งเป็นเลนส์ Perspective Control แบบ ultra-wide-angle รุ่นใหม่ล่าสุด เสริมทัพเลนส์ในตระกูล PC NIKKOR ที่หลากหลายให้ตอบโจทย์ได้อย่างครบครันมากยิ่งขึ้น

เลนส์ในตระกูล PC NIKKOR ประกอบด้วยเลนส์ที่รองรับฟังก์ชั่น “shift” ที่แกนเลนส์สามารถปรับขึ้น-ลง หรือซ้าย-ขวาขนานไปกับแนวระนาบเซ็นเซอร์รับภาพ และเลนส์ที่รองรับฟังก์ชั่น “tilt” ที่แกนเลนส์สามารถปรับก้ม-เงยทำองศากับระนาบเซ็นเซอร์รับภาพ ฟังก์ชั่นเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมมุมมองภาพ (มิติภาพ) สามารถแก้ปัญหาความบิดเบี้ยวของวัตถุในภาพที่เกิดจากมุมกล้อง และสามารถนำเสนอวัตถุทุกอย่างที่อยู่ในภาพให้อยู่ในโฟกัส มีความชัดลึก (วัตถุด้านหน้าชัดไปถึงฉากหลัง)

nikkor_8

เลนส์ Perspective Control ใหม่จาก NIKKOR ช่วงทางยาวโฟกัสแบบ ultra-wide-angle ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับภาพในเชิงสถาปัตยกรรมที่ต้องมีการควบคุมสัดส่วนภาพ และการจัดวางองค์ประกอบภาพที่ถูกต้องแม่นยำ เลนส์ PC NIKKOR 19mm f/4E ED เป็นผลงานชิ้นเอกของ NIKKOR ที่สามารถนำเสนอประสิทธิภาพควบคู่ไปกับคุณภาพได้อย่างที่ไม่มีใครเหมือน และเป็นการตอบโจทย์ของบรรดาช่างภาพผู้ชื่นชอบเลนส์ที่จะยกระดับให้กับผลงาน และการสร้างสรรค์ของพวกเขาให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น มร. ฮิเดฮิโกะ ทานากะ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

nikkor_6

เลนส์ PC NIKKOR 19mm f/4E ED มีมุมมองที่กว้างที่สุดในตระกูลเลนส์ PC NIKKOR เลนส์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้ถ่ายภาพ รองรับรูปแบบการนำเสนอภาพผลงานที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นภาพภูมิทัศน์ธรรมชาติ หรือภูมิทัศน์เมือง อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์งานศิลป์ชั้นสูง ในขณะเดียวกันก็สามารถตอบสนองความต้องการที่สุดแสนจำเพาะของช่างภาพมืออาชีพด้านงานสถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายในได้อย่างลงตัว

nikkor_7

เลนส์ในตระกูล PC NIKKOR ประกอบด้วย

  • PC NIKKOR 19mm f/4E ED
  • PC-E NIKKOR 24mm f/3.5D ED
  • PC-E Micro NIKKOR 45mm f/2.8D ED
  • PC-E Micro NIKKOR 85mm f/2.8D

คุณลักษณะเด่นของเลนส์ PC NIKKOR 19mm f/4E ED

  • กลไก shift รองรับการปรับแต่งมุมมองในภาพได้อย่างลื่นไหล โดยไม่จำเป็นต้องล็อกตำแหน่ง
  • มีกลไก “PC Rotation” ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับทิศทางการ shift และ tilt ได้อย่างมีอิสระ จากแนวขนานไปจนถึงแนวฉาก
  • ประสิทธิภาพเลนส์ที่เหนือกว่า มาพร้อมความละเอียดระดับดีเยี่ยมทั่วทุกจุดแม้ที่บริเวณสุดขอบเฟรม ช่วยเสริมความสามารถของกล้องดีเอสแอลอาร์พิกเซลสูงๆ ให้ใช้งานได้เต็มที่สูงสุด
  • การเคลือบนาโนคริสตัลบนผิวเลนส์ ช่วยให้ได้ภาพที่คม และชัด สามารถลดปัญหาภาพแสงแฟลร์ และประกายแสงจ้าลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะในการป้องกันแสงสะท้อนที่ดีกว่า
  • สามารถป้องกันฝุ่นละออง น้ำ ความมัน และสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเคลือบสารฟลูออรีนความทนทานสูงไว้ที่ผิวชั้นนอกของชิ้นเลนส์ที่อยู่ด้านหน้าสุด